รีวิวจากผู้เชี่ยวชาญ
ความเป็นเจ้าของ
ค่าคอมมิชชั่นพันธมิตร
แนวปฏิบัติการรีวิว

สุดยอด VPN (ที่ฟรีจริง ๆ) 5 ค่ายประจำปี 2022

อีริค โกลด์สเตน อีริค โกลด์สเตน สุดยอด VPN (ที่ฟรีจริง ๆ) 5 ค่ายประจำปี 2022

มีเวลาไม่มากใช่ไหม มาดู VPN ฟรีที่ดีที่สุดประจำปี 2022 สำหรับ ประเทศไทยกันเลย:

  • 🥇 ProtonVPN: มีดาต้าให้ไม่จำกัด ให้คุณเชื่อมต่อกับหนึ่งอุปกรณ์ พร้อมหน้าจออินเตอร์เฟสที่ใช้งานง่ายรวมไปถึงคุณสมบัติการรักษาความปลอดภัยขั้นสูง โปรโตคอล VPN ที่รัดกุมและรวดเร็ว พร้อมด้วยนโยบายไม่เก็บบันทึกข้อมูลที่เข้มงวดด้วย รับ VPN ฟรีที่ดีที่สุดไปใช้งานได้ที่นี่

ผมได้ทดลองใช้เครือข่ายส่วนตัวเสมือน (VPN) ฟรีที่ผู้คนนิยมใช้งานกันมากที่สุด เพื่อค้นหาค่ายที่ดีที่สุดในปี 2022

โดยส่วนตัวแล้วผมไม่ใช่คนที่ชอบใช้ VPN ฟรีเท่าไหร่นัก และปรกติผมจะไม่ค่อยแนะนำด้วยซ้ำไป เพราะ VPN ฟรีส่วนใหญ่จะขาดคุณสมบัติด้านความปลอดภัย เก็บบันทึกข้อมูลการใช้งานของผู้ใช้ จำกัดการใช้งานดาต้า มีความเร็วต่ำ และให้คุณเชื่อมต่อได้เพียงอุปกรณ์เดียวเท่านั้น อีกทั้ง VPN ฟรีหลายค่ายไม่รองรับการสตรีมมิ่งหรือทอร์เรนต์ ทั้งนี้ หากคุณต้องการมาตรฐานแบบเต็มรูปแบบ และเพิ่มประสิทธิภาพด้านการรักษาความปลอดภัย ความเร็วที่สูงขึ้น ดาต้าไม่จำกัด สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้ 5 เครื่องหรือมากกว่าในเวลาเดียวกัน และรองรับบริการสตรีมมิ่งและทอร์เรนต์ ผมแนะนำให้คุณอัปเกรดบริการ VPN ไปเป็นพรีเมียมแบบราคาถูก (ผมแนะนำ ExpressVPN)

แต่หากคุณตั้งใจว่าจะใช้งาน VPN เท่านั้น สบายใจได้เลย เพราะคุณมีตัวเลือกให้ใช้งานอย่างหลากหลายมาก โดยรายการทั้งหมดที่จะเสนอต่อไปนี้ จะเป็น VPN ที่มีความปลอดภัย มีคุณสมบัติ “พิเศษ” สองสามประการ และใช้งานง่าย

ไม่ฟรี แต่ราคาถูก + ใช้ดีกว่า VPN ฟรีทุกค่าย:

ExpressVPN เป็น VPN ที่ฉันชอบที่สุดในปี 2022 นอกจากการปกป้องข้อมูลของคุณด้วยการเข้ารหัส AES 256-bit แล้วยังมี Kill switch และนโยบายการไม่บันทึกข้อมูลที่ได้รับตรวจสอบแล้ว ExpressVPN ยังมีความเร็วที่รวดเร็ว ใช้งานได้กับบริการสตรีมมิ่งมากกว่า 65 รายการ (รวมถึง Netflix) อนุญาตให้ P2P และใช้งานได้ในประเทศที่มีการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ต เช่น จีนและอิหร่าน ExpressVPN ให้คุณสามารถเชื่อมต่อ 5 อุปกรณ์พร้อมกันได้ พร้อมมีแผนการชำระค่าบริการที่ยืดหยุ่น และมีการรับประกันทุกการซื้อด้วยการคืนเงินหลังใช้งานภายใน 30 วัน รับ VPN ที่ดีที่สุดแห่งปี 2022 ได้ที่นี่

ข้อมูลสรุปย่อสำหรับ VPN ที่ดีที่สุดประจำปี 2022:

🥇1. ProtonVPN — VPN ฟรีที่ดีที่สุดในปี 2022

🥇1. ProtonVPN — VPN ฟรีที่ดีที่สุดในปี 2022

ProtonVPN เป็น VPN ฟรีเจ้าโปรดของผมในปี 2022 — VPN แบรนด์นี้เป็นเพียงเจ้าเดียวที่มาพร้อมดาต้าให้ใช้งานแบบไม่จำกัด ซึ่งหมายความว่าทางแบรนด์ไม่ได้วางขีดจำกัดไว้ว่าคุณจะสามารถใช้ข้อมูลอินเทอร์เน็ตได้จำกัดอยู่ที่เท่าไหร่ต่อวัน หรือต่อเดือน โดยส่วนมาก VPN ที่ให้ใช้งานฟรีนั้นจะวางขีดจำกัดการใช้งานดาต้าต่อวันหรือต่อเดือนเอาไว้ และเมื่อคุณใช้ดาต้าไปจนถึงขีดจำกัดนั้นแล้ว คุณจะไม่สามารถใช้ VPN ได้จนกว่าจะถึงขีดจำกัดดาต้าใหม่ในวันถัดไป หรือเดือนถัดไป

ProtonVPN แบบใช้งานฟรียังให้การเข้าถึง 3 ตำแหน่ง VPN ด้วยกัน (ประเทศในเนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา) ให้คุณสามารถเชื่อมต่อได้ 1 อุปกรณ์ และมีหน้าจออินเตอร์เฟสที่อิงสัญชาติญาณ

ขณะที่ ProtonVPN อ้างว่าแผนบริการแบบใช้งานฟรีของแบรนด์นั้นมีความเร็ว “ปานกลาง” แต่ในการทดลองใช้งานของผมพบว่าความเร็วการใช้งานลดลงเฉลี่ยอยู่ที่ 22% ซึ่งถือว่าดีมากเลยทีเดียว และด้วยความเร็วสูงของ ProtonVPN ผมจึงสามารถเรียกดูอินเทอร์เน็ตได้โดยไม่ประสบการการล่าช้าใด ๆ เลย และสามารถดูรายการทีวี และภาพยนตร์คุณภาพ HD ได้โดยไม่ติดขัด

ผมชอบมาก ๆ ที่ ProtonVPN แบบใช้งานฟรีมาพร้อมคุณสมบัติด้านความปลอดภัยที่รัดกุมมากยิ่งขึ้น เช่น:

  • Perfect forward secrecy (กระบวนการรักษาความปลอดภัยในอนาคต) จะเปลี่ยนคีย์เข้ารหัสของคุณทุก ๆ ครั้งที่คุณเชื่อมต่อเข้ากับเซิร์ฟเวอร์
  • Full-disk encryption (การเข้ารหัสในฮาร์ดดิสก์ทั้งลูก) รักษาข้อมูลทั้งหมดในเซิร์ฟเวอร์ให้ไม่สามารถถูกอ่านได้
  • การแยกอุโมงค์ ให้คุณสามารถเลือกเส้นทางจราจรไปยังเซิร์ฟเววอร์ VPN ของคุณ และเลือกเส้นทางไปยังเครือข่ายท้องถิ่นได้

อีกทั้ง แอปของ ProtonVPN นั้นเป็นแบบโอเพ่นซอร์ซ ซึ่งหมายความว่าทุกคนสามารถเข้าตรวจสอบรหัสต้นทางเพื่อค้นหาข้อบกพร่องในด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวได้

หนึ่งในข้อเสียของ ProtonVPN แบบใช้งานฟรีก็คือ คุณจะไม่สามารถเข้าใช้งานเซิร์ฟเวอร์สำหรับสตรีมมิ่งและและโหลดทอร์เรนต์ได้ ดังนั้น หากคุณกำลังมองหา VPN เพื่อใช้ดู Netflix หรือดาวน์โหลดไฟล์ต่าง ๆ คุณจะต้องอัปเกรดไปใช้หนึ่งในแผนบริการแบบมีค่าใช้จ่ายของ ProtonVPN

ProtonVPN นำเสนอแผนพรีเมี่ยมทั้งรายเดือนและรายปี มีราคาเริ่มต้มที่ US$4.99 / เดือน แผน ProtonVPN Plus เพิ่มเซิร์ฟเวอร์มากกว่า 1,700+ เซิร์ฟเวอร์ในกว่า 60 ประเทศ เชื่อมต่อได้พร้อมกัน 10 อุปกรณ์ มีความเร็ว “สูงสุด” ฟีเจอร์ NetShield (เครื่องมือบล็อกโฆษณา) เซิร์ฟเวอร์สำหรับทอร์เรนต์และสตรีมมิ่ง เซิร์ฟเวอร์ Secure Core และฟีเจอร์ Tor over VPN

สรุปโดยง่าย:

เท่าที่ผมได้ทดลองมา ProtonVPN เป็น VPN ฟรีที่ดีที่สุดอย่างเป็นเอกฉันท์ คุณจะได้รับดาต้าแบบไม่จำกัด สามารถเข้าใช้งานได้ถึง  3 เซิร์ฟเวอร์ และความเร็วถือว่าค่อนข้างดี ทั้งนี้ ProtonVPN ยังมีคุณสมบัติที่เพิ่มความปลอดภัยต่าง ๆ เช่น perfect forward secrecy และมีแอปที่เป็นโอเพ่นซอร์ซที่ผ่านการตรวจสอบข้อบกพร่องด้านความปลอดภัย หากคุณอัปเกรดไปใช้แผนบริการแบบพรีเมี่ยม คุณจะได้เข้าถึงเซิร์ฟเวอร์เพิ่มมากขึ้นซึ่งอยู่ในหลากหลายประเทศแตกต่างกันไป พร้อมสามารถใช้งานเซิร์ฟเวอร์สตรีมมิ่งและทอร์เรนต์ ใช้งานความเร็วที่สูงกว่า สามารถเชื่อมต่อได้มากถึง 10 อุปกรณ์ และสามารถใช้โปรแกรมปิดปั้นโฆษณา และอื่น ๆ อีกมากมาย

ดาวน์โหลด ProtonVPN ฟรี ๆ ได้แล้วตอนนี้

อ่านบทวิจารณ์ ProtonVPN ฉบับเต็มได้ที่นี่

🥈2. Windscribe — VPN ฟรีที่ดีที่สุดสำหรับการสตรีมมิ่งที่มาพร้อมการเชื่อมต่อแบบไม่จำกัด

🥈2. Windscribe — VPN ฟรีที่ดีที่สุดสำหรับการสตรีมมิ่งที่มาพร้อมการเชื่อมต่อแบบไม่จำกัด

Windscribe มีฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่ดี ให้การเชื่อมต่อพร้อมกันไม่จำกัดและใช้งานได้กับ Netflix และบริการสตรีมมิ่งอื่นๆ อีกมากมาย ในการทดสอบของฉัน Windscribe สามารถเข้าถึง Netflix และ Hulu, Disney+ และ Amazon Prime

นอกจากนี้ Windscribe ยังมีความเร็วในเกณฑ์ที่ดีอีกด้วย ผมได้ผลลัพธ์เฉลี่ยการลดความเร็วลงของอินเทอร์เน็ตอยู่ที่ 31% ซึ่งถือว่าดีมากเลยสำหรับ VPN ฟรี (แบบพรีเมี่ยมหลายเจ้ามีความเร็วต่ำกว่านี้) เว็บไซต์โหลดข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์ท้องถิ่นได้อย่างรวดเร็ว และใช้เวลาประมาณ 3-4 วินาทีในการโหลดเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ไกลออกไป ทั้งนี้รายการทีวี และภาพยนตร์สามารถโหลดได้โดยทันที พร้อมเล่นด้วยคุณภาพระดับ HD โดยไม่ติดบัฟเฟอร์เลย

Windscribe ให้คุณสามารถเข้าใช้งานเซิร์ฟเวอร์ได้ใน 15 ตำแหน่ง ซึ่งตั้งอยู่ใน 10 ประเทศ และมันจะแสดงค่า latency (ระยะเวลาที่ใช้ในการส่งสัญญาณจากอุปกรณ์ของคุณไปยังเซิร์ฟเวอร์ของ VPN) ในแต่ละเซิร์ฟเวอร์เพื่อที่จะสามารถเลือกใช้งานเซิร์ฟเวอร์ที่เร็วที่สุดได้ Windscribe วางขีดจำกัดดาต้าอยู่ที่ 10 GB ต่อเดือน ซึ่งค่อนข้างเยอะ และคุณจะยังได้ดาต้าเพิ่มอีก 5 GB ผ่านการทวีตที่ VPN

แผนบริการฟรีของ Windscribe ยังมาพร้อมของแถมเช่น โปรแกรมบล็อกโฆษณา มัลแวร์ และตัวติดตาม การกำหนดเส้นทางข้อมูล และการแยกอุโมงค์ (ให้คุณสามารถแยกทั้งแอปและที่อยู่ IP ได้)

Windscribe นำเสนอแผนรายเดือนและรายปี ซึ่งทั้งสองแผนนำเสนอข้อมูลไม่จำกัดและการเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ในกว่า 60 ประเทศและคุณสามารถสร้างแผนพรีเมียมของคุณเองได้ แผนของ Windscribe มีราคาเริ่มต้นที่ US$4.08 / เดือน และการซื้อทั้งหมดยังมาพร้อมกับการรับประกันคืนเงินภายใน 30 วัน

สรุปโดยง่าย:

แผนฟรีของ Windscribe สามารถเข้าถึงบริการสตรีมมิ่งยอดนิยมเช่น Netflix, Disney+ และ Amazon Prime ได้ อนุญาตการเชื่อมต่อพร้อมกันไม่จำกัดและมีความเร็วค่อนข้างดี คุณจะได้รับดาต้าไว้ใช้งาน 10 GB ต่อเดือน (และได้รับเพิ่มอีก 5 GB โดยการทวีตไปยัง Windscribe) พร้อมการเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ 15 ตำแหน่งซึ่งตั้งอยู่ใน 10 ประเทศ ทั้งนี้ แผนบริการฟรีรองรับการโหลดทอร์เรนต์ และรวมคุณสมบัติเจ๋ง ๆ เอาไว้ให้คุณด้วย เช่น โปรแกรมปิดกั้นโฆษณาและมัลแวร์ การแยกอุโมงค์ และการกำหนดเส้นทางข้อมูล หากคุณอัปเกรดไปใช้หนึ่งในแผนบริการพรีเมี่ยมของแบรนด์นี้ คุณจะได้ใช้ดาต้าไม่อั้น แดละข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ที่ตั้งอยู่ในมากกว่า 60 ประเทศ

ดาวน์โหลด Windscribe ฟรีได้เลย

🥉3. hide.me — VPN ที่ดีที่สุดสำหรับการโหลดทอร์เรนต์

🥉3. hide.me — VPN ที่ดีที่สุดสำหรับการโหลดทอร์เรนต์

hide.me เป็น VPN ฟรีที่ดีสำหรับการดาวน์โหลดไฟล์ โดยแบรนด์นี้รักษาความเร็วสูงเอาไว้ได้ (ความเร็วที่ลดต่ำลงวัดได้เฉลี่ยเพียง 24%)ใช้ได้กับไคลเอ็นต์ทอร์เรนต์ยอดนิยม และมีดาต้าให้ใช้งาน 10 GB ต่อเดือน ซึ่งเพียงพอสำหรับใช้ดาวน์โหลดไฟล์จำนวนมาก

แผนบริการฟรีของ hide.me สามารถเข้าถึงบริการสตรีมมิ่งได้หลายบริการ ผมสามารถใช้เพื่อเข้าดู Netflix ได้ รวมถึง Hulu และ Amazon Prime ด้วย และสามารถโหลดเนื้อหาได้ภายใน 3 วินาทีพร้อมเล่นได้โดยไม่ติดขัดแต่อย่างใด แต่ก็เสียดายที่ hide.me ไม่สามารถเข้าถึง HBO Max และ Disney+ ได้

hide.me มาพร้อมคุณสมบัติพิเศษสองสามประการซึ่งเป็นประโยชน์มาก เช่น การแยกอุโมงค์ และการปกป้องการรั่วไหลของข้อมูลเต็มรูปแบบ ผมได้ดำเนินการทดสอบการรั่วไหลของข้อมูลเมื่อเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ในแต่ละตำแหน่ง และแต่ละการทดสอบได้ผลลัพธ์เป็นศูนย์

และตัวผมเองนั้นก็ชื่นชอบระบบ kill switch ของ hide.me ด้วยซึ่งระบบนี้จะให้คุณสามารถปิดการเชื่อมต่อเครือข่ายท้องถิ่นและที่อยู่ IP บัญชีขาว ทั้งนี้ยังมีคุณสมบัติ Stealth Guard ที่ให้คุณสามารถเลือกแอปเฉพาะเจาะจง หรือเลือกการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทั้งหมดให้ใช้งานได้เฉพาะตอนที่คุณเชื่อมต่อเข้ากับ VPN เท่านั้น  ทั้งคุณสมบัติ kill switch และ Stealth Guard ให้การรักษาความปลอดภัยพิเศษด้านการรั่วไหลของข้อมูลระหว่างการโหลดทอร์เรนต์

hide.me ให้คุณสามารถเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ใน 5 ตำแหน่ง (ชายฝั่งตะวันออกและชายฝั่งตะวันตกในสหรัฐอเมริกา แคนาดา เยอรมนีและเนเธอร์แลนด์) และแผนบริการฟรีมาพร้อมกับการเชื่อมต่อพร้อมกัน 1 อุปกรณ์ การอัปเกรดเป็นแผนแบบชำระเงินของ hide.me — มีราคาเริ่มต้นที่ US$5.33 / เดือน — เพิ่มข้อมูลไม่จำกัด เข้าถึงเซิร์ฟเวอร์มากกว่า 2,000+ เซิร์ฟเวอร์ใน 75 ตำแหน่งและการเชื่อมต่อพร้อมกัน 10 อุปกรณ์

สรุปโดยง่าย:

hide.me เป็น VPN ฟรีที่ดีสำหรับการโหลดทอร์เรนต์ เป็นบริการที่ปลอดภัยรัดกุม ใช้งานง่าย พร้อมทั้งรวมเครื่องมือดี ๆ มากมายให้คุณปลอดภัยในการดาวน์โหลดไฟล์ เช่น ระบบ kill switch คุณสมบัติ Stealth Guard และการป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลเต็มรูปแบบ ทั้งนี้ แผนบริการฟรีของ hide.me ถือเป็นตัวเลือกที่ดีในการสตรีมมิ่ง โดยคุณจะได้รับดาต้าสำหรับใช้งาน 10 GB ต่อเดือน เชื่อมต่อได้หนึ่งอุปกรณ์ และเข้าถึงเซิร์ฟแวอร์ได้ 5 แห่ง และหากคุณอัปเกรดไปใช้แผนบริการพรีเมี่ยม คุณจะได้รับดาต้าไม่จำกัด เชื่อมต่อได้ 10 อุปกรณ์พร้อมกัน และเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ได้กว่า 75 แห่งด้วยกัน

ดาวน์โหลด hide.me ฟรีได้เลย

4. Hotspot Shield — ดีสำหรับใช้เรียกดูเว็บ (ด้วยความเร็วที่ดี)

4. Hotspot Shield — ดีสำหรับใช้เรียกดูเว็บ (ด้วยความเร็วที่ดี)

แผนบริการฟรีของ Hotspot Shield ให้คุณสามารถเชื่อมต่อได้เพียงหนึ่งอุปกรณ์ ให้เข้าถึงเซิร์ฟเวอร์หนึ่งแห่ง (ในสหรัฐอเมริกา) และมีขีดจำกัดดาต้าให้ 500 MB ต่อวัน ทั้งที่ดูเหมือนว่าดาต้าที่มีให้นั้นจะฟังดูน้อยไป แต่ที่จริงแล้ว Hotspot Shield ให้จำนวนดาต้ารวมต่อเดือน (15 GB) มากกว่าVPN ฟรีส่วนใหญ่ในตลาด แต่อย่างไร ผมก็ไม่ชอบเท่าไหร่ที่ดาต้าที่เหลือจากการใช้งานไม่สามารถกระทบยอดไปใช้งานในวันถัดไปได้

และอีกเรื่องที่ผมไม่ชอบก็คือ การที่ Hotspot Shield บีบความเร็วอินเทอร์เน็ตเอาไว้แค่ 2 Mbps เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในการทดสอบของผมนั้น เว็บไซต์จะใช้เวลาประมาณ 2-3 วินาทีในการโหลด และผมสามารถดูวิดีโอใน Youtube ด้วยคุณภาพมาตรฐานโดยไม่ติดบัฟเฟอร์ (แต่อย่าลืมคุณมีดาต้าให้ใช้เพียงพอกับการดูวิดีโอได้เพียง 30 นาทีเท่านั้นเอง)

น่าเสียดายที่แผนบริการฟรีของ Hotspot Shield นั้นไม่รองรับการสตรีมมิ่ง คุณจะต้องอัปเกรดไปใช้หนึ่งในแผนบริการแบบมีค่าใช้จ่ายเพื่อให้สามารถเข้าดูเว็บไซต์สตรีมมิ่งอย่าง Netflix สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และคลังวิดีโอยอดนิยมอื่น ๆ, Disney+, Hulu, BBC iPlayer และอื่น ๆ

แผนพรีเมี่ยมของ Hotspot Shield มีราคาเริ่มต้นที่ US$2.99 / เดือน มีความเร็วสูง (ไม่จำกัดความเร็ว), เข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ในกว่า 80+ ประเทศได้และให้คุณสามารถเชื่อมต่อพร้อมกันได้สูงสุด 5 อุปกรณ์

สรุปโดยง่าย:

แผนบริการฟรีของ Hotspot Shield มาพร้อมดาต้าให้ใช้ได้ 500 MB ต่อวัน เข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ได้หนึ่งแห่ง และเชื่อมต่อได้หนึ่งอุปกรณ์ หากคุณอัปเกรดไปใช้แผนบริการแบบมีค่าใช้จ่าย Hotspot Shield จะเพิ่มดาต้าให้ใช้ไม่จำกัด สามารถเข้าใช้เซิร์ฟเวอร์ได้มากกว่า 1,800 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ในกว่า 80 ประเทศ ความเร็วสูง รองรับการสตรีมมิ่งและทอร์เรนต์ พร้อมให้คุณสมบัติพิเศาเช่น การแยกอุโมงค์ และโปรแกรมบล็อกมัลแวร์และฟิชชิ่ง

ดาวน์โหลด Hotspot Shield ฟรีได้เลย

อ่านบทวิจารณ์ Hotspot Shield ฉบับเต็มได้ที่นี่

5. TunnelBear — VPN ที่ดีที่สุดสำหรับมือใหม่ (แต่มีดาต้าให้เพียง 500 MB/เดือน)

5. TunnelBear — VPN ที่ดีที่สุดสำหรับมือใหม่ (แต่มีดาต้าให้เพียง 500 MB/เดือน)

TunnelBear มีแดชบอร์ดที่อิงสัญชาติญาณและมีให้บริการ ใน ภาษาไทย สำหรับระบบปฏิบัติการ Android ซึ่งทุกคุณสมบัติของแบรนด์นี้ล้วนได้รับการออกแบบมาอย่างดีและทำให้เข้าถึงง่าย โดยจะมีการ์ตูนรูปหมีน่ารักอยู่ทั่วทั้งแอปซึ่งทำหน้าที่ช่วยให้คุณเข้าใจและสามารถใช้ทุกฟังก์ชันของแอปได้อย่างไม่สะดุด

แผนบริการฟรีของ TunnelBear ให้คุณสามารถเข้าถึงได้ในทุกเซิร์ฟเวอร์ซึ่งตั้งอยู่ในกว่า 45 ประเทศ จึงทำให้คุณสามารถหาเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ใกล้ที่สุดกับตำแหน่งจริงของคุณได้อย่างง่ายดาย ทั้งนี้เพื่อให้ได้ความเร็วที่ดีที่สุด ในการทดลองใช้ของผม TunnelBear มีความเร็วที่ค่อนข้างดี โดยค่าเฉลี่ยความเร็วอินเทอร์เน็ตของผมหล่นลงไปเพียง 35% เท่านั้น ซึ่งสูสีกันกับคู่แข่งพรีเมี่ยมแบบมีค่าใช้จ่ายอย่าง PrivateVPN

และเรื่องดีอีกอย่างหนึ่งก็คือ TunnelBear ให้ผู้สมัครเป็นสมาชิกแบบใช้งานฟรีสามารถเข้าใช้งานคุณสมบัติพรีเมี่ยมของทางแบรนด์ได้ ซึ่งรวมไปถึง โหมด GhostBear ที่สามารถปลดการปิดกั้น VPN ในประเทศที่มีการจำกัดการใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ และคุณสมบัติ SplitBear ซึ่งเป็นเครื่องมืออุโมงค์ของ TunnelBear ที่ให้คุณเลือกแอปที่ต้องการใช้เส้นทางอุโมงค์ VPN ได้ นอกจากนี้ TunnelBear ยังให้สมาชิกฟรีทุกคนติดตั้งบริการลงในอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ถึง 5 อุปกรณ์ด้วยกัน

แต่น่าเสียดายที่ TunnelBear ฟรีนั้นมีดาต้าให้ใช้ได้เพียง 500 MB เท่านั้น และถึงแม้จะมีตัวเลือกให้คุณรับดาต้าเพิ่มอีก 1GB โดยการพูดถึง TunnelBear ในโซเชียลมีเดีย มันก็เพียงพอสำหรับการท่องอินเทอร์เน็ตได้เพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น เพื่อรับข้อมูลไม่จำกัด คุณต้องอัพเกรดเป็นแผนพรีเมี่ยมของ TunnelBear ซึ่งมีราคาเริ่มต้นที่ US$3.33 / เดือน

สรุปโดยง่าย:

TunnelBear ใช้งานง่ายมาก รักษาความเร็วได้ดี และให้ผู้ใช้งานฟรีสามารถเข้าใช้งานคุณสมบัติทั้งหมดได้ อย่างไรก็ตาม แผนบริการฟรีของ TunnelBear ให้คุณใช้งานดาต้าได้เพียง 500 MB ต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งเพียงพอต่อการดูวิดีโอสั้น ๆ ได้เพียงไม่กี่เรื่องเท่านั้น การอัพเกรดเป็นแผนพรีเมี่ยมจาก TunnelBear ช่วยให้คุณสามารถรับข้อมูลได้ไม่จำกัด

ดาวน์โหลด TunnelBear ฟรีได้เลย

อ่านบทวิจารณ์ TunnelBear ฉบับเต็มได้ที่นี่ 

เกณฑ์ที่ผมใช้ในการให้คะแนน VPN ที่ดีที่สุดแห่งปี 2022:

  • ฟรี 100% บริการVPN จำนวนมากโฆษณาการทดลองใช้งาน หรือการรับประกันคืนเงินว่าเป็นแผนบริการแบบใช้งานฟรี โดยหวังว่าคุณจะลืมยกเลิกบริการเมื่อช่วงทดลองใช้งาน หรือช่วงเวลาในการรับประกันคืนเงินได้ล่วงเลยไปแล้ว แม้ว่าผมจะชอบทดลองใช้งานบริการก่อนที่จะตัดสินใจใช้แผนบริการแบบพรีเมี่ยม แต่ผมก็ไม่ค่อยชอบใจกลยุทธิ์การตลาดที่คลุมเครือเท่าไหร่นัก ดังนั้น ผมจึงจะแนะนำเฉพาะ VPN ที่ให้แผนบริการฟรีแก่คุณ 100% เท่านั้น
  • การรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง VPN ทุกค่ายในรายการเปรียบเทียบนี้มาพร้อมคุณสมบัติการรักษาความปลอดภัยที่เป็นมาตรฐาน เช่น การเข้ารหัสแบบ 256-บิต AES (หนึ่งในการเข้ารหัสที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกซึ่งธนาคารเลือกใช้) ระบบ kill switch (ปิดการเชื่อมต่อคุณจากอินเทอร์เน็ตในกรณีที่สัญญาณการเชื่อต่อ VPN ของคุณติดขัด) และนโยบายการไม่บันทึกข้อมูลที่เข้มงวด (เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ให้บริการ VPN ของคุณเก็บบันทึกข้อมูลส่วนตัวและกิจกรรมทางออนไลน์ของคุณ)
  • ความเร็ว บริการ VPN จะลดความเร็วอินเทอร์เน็ตของคุณเนื่องด้วยการทำงานของกระบวนการเข้ารหัส โดยปรกติแล้ว VPN ฟรีมักจะมีความเร็วที่ต่ำกว่าบริการแบบพรีเมี่ยม เพราะบริการฟรีจะให้คุณสามารถเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ในจำนวนที่จำกัด ซึ่งทำให้เกิดการจราจรที่คร่ำครึก และเป็นผลให้การเชื่อมต่อช้าลง แต่ตัวเลือก VPN ทั้งหมดที่ผมทำในรายการนี้จะมีความเร็วที่ใช้ได้
  • ง่ายต่อการใช้งาน บริการ VPN ทั้งหมดที่อยู่ในรายการนี้จะมีแอปสำหรับระบบปฏิบัติการ Android iOS Windows และ macOS ที่ใช้งานง่าย พร้อมกันนี้ การดาวน์โหลดและการติดตั้งก็ทำได้ง่าย ซึ่งให้คุณสามารถเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ได้ภายในคลิกเดียว และยังมีหน้าจออินเตอร์เฟสที่อิงสัญชาติญาณ ซึ่งทำให้การนำทางในแอปเพื่อเข้าใช้คุณสมบัติที่มีให้นั้นเป็นไปอย่างง่ายดาย

แบรนด์ดังที่ไม่ผ่านเกณฑ์ของเรา:

  • SuperVPN แผนบริการฟรีของ SuperVPN มีแบนด์วิธที่ไม่จำกัด แต่ผมไม่สามารถแนะนำเบรนด์นี้ได้เพราะทางแบรนด์มีนโยบายความเป็นส่วนตัวที่ไม่โปร่งใส อีกทั้ง SuperVPN นั้นไม่มีเว็บไซต์ของตัวเองอีกด้วย คุณสามารถพบกับบริการนี้ได้ใน Google Play Store เท่านั้น และเมื่อคุณคลิกไปที่ลิงก์เว็บไซต์คุณจะถูกนำไปยังเพจที่มีที่อยู่อีเมลเพื่อการติดต่อเท่านั้น
  • Hola VPN Hola VPN จะแทนที่ที่อยู่ IP ของคุณด้วยที่อยู่ IP ของผู้ใช้คนอื่นแทนที่จะนำทางการจราจรไปยังเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวที่ปลอดภัย นั่นหมายความว่า ผู้ใช้ Hola VPN คนอื่น ๆ ก็สามารถใช้งานที่อยู่ IP ของคุณเพื่อทำกิจกรรมไปในทางที่น่าสงสัยได้ นอกจากนี้ Hola VPN ยังเก็บข้อมูลส่วนตัวของคุณด้วย เช่น ที่อยู่ IP และเว็บไซต์ที่คุณเข้าเยี่ยมชม
  • OK VPN นโยบายความเป็นส่วนตัวของ OK VPN เขียนไว้ว่าทางบริการจะเก็บข้อมูลที่ไม่เป็นส่วนตัวของคุณ เช่น อุปกรณ์ ระบบปฏิบัติการ และการบันทึกข้อมูล เช่นเดียวกับ SuperVPN แบรนด์นี้มีให้ดาวน์โหลดเฉพาะใน Google Play Store และไม่มีเว็บไซต์

ตารางเปรียบเทียบ VPN ที่ดีที่สุด สำหรับ ประเทศไทย ในปี 2022:

VPN ขีดจำกัดการใช้ดาต้า ขีดจำกัดความเร็วการเชื่อมต่อ การใช้งานร่วม UI ในภาษาไทย การแยกอุโมงค์ ตำแหน่งเซิร์ฟเวอร์
1.🥇 ProtonVPN ไม่จำกัด ให้ความเร็ว “ปานกลาง” Android, iOS, Windows, Mac, และ Linux ไม่มี มี (Android และWindows) สหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ และญี่ปุ่น
2.🥈 Windscribe สูงสุด 15 GB ต่อเดือน ไม่มีขีดจำกัดความเร็ว Android, iOS, Windows, Mac, Chrome, Opera, Firefox, และ Amazon Fire TV, ไม่มี มี (Android) สหรัฐอเมริกา แคนาดา เยอรมนี ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ โรมาเนีย นอร์เวย์ ฮ่องกง สวิตเซอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร
3.🥉 hide.me 10 GB ต่อเดือน ไม่มีขีดจำกัดความเร็ว iOS, Android, Windows, Mac, Linux, Chrome, Firefox และ Amazon Fire TV ไม่มี มี (Android, Windows และMac) สหรัฐอเมริกาฝั่งตะวันออก และตะวันตก แคนาดา เนเธอร์แลนด์ และเยอรมนี
4. Hotspot Shield 500 MB ต่อวัน 2 Mbps Android, iOS, Windows, Mac และ Chrome ไม่มี มี (Android และWindows) สหรัฐอเมริกาเท่านั้น
5. TunnelBear 500 MB ต่อเดือน ไม่มีขีดจำกัดความเร็ว iOS, Android, Windows, Mac, Linux, Chrome, Opera และFirefox ไม่มี มี (Android) มากกว่า 40 ตำแหน่ง

VPN ฟรีที่ดีที่สุดคือแบรนด์ใด

ProtonVPNเป็นตัวเลือกอันดับ 1 ที่ผมเลือกให้เป็น VPN ที่ดีที่สุดแห่งปี 2022 ProtonVPN ฟรี มาพร้อมดาต้าไม่จำกัด มีความเร็วสูงเกินค่าเฉลี่ยสำหรับ VPN ฟรี และให้คุณสามารถเชื่อมต่อเข้ากับเซิร์ฟเวอร 3 ตำแหน่งด้วยกัน (ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และเนเธอร์แลนด์) ทั้งนี้ ProtonVPN ฟรี ยังมีการรักษาความปลอดภัยระดับสูง และคุณสมบัติ “พิเศษ” เช่น การแยกอุโมงค์อีกด้วย

แต่ VPN ฟรีที่อยู่ในรายการนี้ ล้วนเป็นบริการใช้งานได้ดีทั้งสิ้น Windscribe เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการสตรีมมิ่ง และให้คุณสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์พร้อมกันได้ไม่จำกัดจำนวน hide.me เป็นตัวเลือกที่ดีในการโหลดทอร์เรนต์ Hotspot Shield มีความเร็วที่ดี และ TunnelBear นั้นใช้งานง่าย สมบูรณ์แบบสำหรับมือใหม่ที่ไม่เคยใช้ VPN มาก่อน

VPN ฟรีปลอดภัยหรือไม่

VPN ฟรีส่วนใหญ่ไม่ปลอดภัย — VPN ฟรีบางเจ้าขาดคุณสมบัติมาตรฐานด้านความปลอดภัย บางเจ้าเก็บรายละเอียดและข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ และบางเจ้าก็มาพร้อมมัลแวร์เป็นชุดเลยก็มี

แต่หากคุณต้องใช้ VPN ฟรีเท่านั้น ผมแนะนำให้เลือก VPN ฟรีที่อยู่ในรายการนี้ ซึ่งตัวเลือก 3 อันดับแรกของผมคือ — ProtonVPN, Windscribe และ hide.me ทั้งหมดที่กล่าวมาล้วนมีคุณสมบัติด้านความปลอดภัยที่ดีมาก มีนโยบายไม่เก็บบันทึกข้อมูล และมีความเร็วที่ดี

ถูกกฎหมาย VPN ฟรี (และ VPN พรีเมี่ยม) นั้นถูกกฎหมายอย่างสมบูรณ์ในประเทศต่าง ๆ ส่วนมาก แต่มีข้อยกเว้นบางประการ โดยประเทศอย่างจีน อิหร่าน อินโดนีเซีย เกาหลีเหนือ และอีกสองสามประเทศได้แบนด์การใช้งาน VPN หากคุณถูกจับได้ว่าใช้งาน VPN ในประเทศที่มีการแบนด์ VPN คุณอาจจะต้องโทษปรับ หรือบางกรณีอาจจำคุก

หากคุณใช้ VPN ในประเทศที่อนุญาตให้ใช้งาน VPN คุณเพียงต้องใช้งานอย่างระมัดระวังเท่านั้น เพราะการใช้ VPN ทำอาชญากรรมนั้นถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย แต่ตราบใดที่คุณใช้งาน VPN ไปในทางที่ถูกกฎหมาย ก็ไม่มีอะไรต้องเป็นกังวล

VPN ฟรีสามารถใช้งานได้กับ Netflix และบริการสตรีมมิ่งในแพลตฟอร์มอื่น ๆ ได้หรือเปล่า

ใช่ VPN ฟรีบางบริการที่สามารถเข้าถึงบริการสตรีมมิ่งได้ แต่ส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึง Netflix ได้

ระหว่างการทดสอบ Windscribe สามารถเข้าถึง Netflix ได้และ hide.me สามาถใช้งานกับ Netflix, Hulu และ Amazon Prime ได้ แต่ไม่สามารถเข้าถึง HBO Max หรือ Disney+ ได้

หากคุณต้องการ VPN ที่เชื่อถือได้ ซึ่งสามารถเข้าถึง Netflix และแอปสตรีมมิ่งอื่นๆ ได้อย่างสม่ำเสมอ ฉันแนะนำให้ซื้อ VPN แบบพรีเมียม เช่น ExpressVPN

เกี่ยวกับผู้เขียน

อีริค โกลด์สเตน
อีริค โกลด์สเตน
บรรณาธิการอาวุโส

เกี่ยวกับผู้เขียน

อีริค โกลด์สเตนเป็นนักวิจัยด้านความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ตและนักข่าวด้านเทคโนโลยี เขานำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มล่าสุดในการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์เพื่อให้ผู้อ่านได้รับประสบการณ์ใช้งานอินเตอร์เน็ตที่ปลอดภัย ในเวลาว่างเขาสนุกกับการออกกำลังกาย พักผ่อนบนชายหาดกับครอบครัวและเล่นกับสุนัข