ผู้จัดการรหัสผ่านที่ดีที่สุดสำหรับ iOS, iPhone และ iPad ประจำปี 2019

ความโปร่งใสและความไว้วางใจ – เรามีความภูมิใจในการเป็นเว็บไซต์เดียวที่ผู้ใช้สามารถมีส่วนร่วมและแบ่งปันรีวิวของพวกเขาเกี่ยวกับแอนตี้ไวรัสกับสมาชิกชุมชนอื่นๆ ได้อย่างอิสระ เมื่อคุณเยี่ยมชมเว็บไซต์แอนตี้ไวรัสที่เราเชื่อมโยงไว้ให้ บางครั้งเราจะได้รับค่าคอมมิชชั่นในการแนะนำเพื่อสนับสนุนการทำงานของเรา อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการทำงานของเรา
Felicity Kay
ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
อัพเดท: 7 มิถุนายน 2019

ผู้จัดการรหัสผ่านที่ดีที่สุดสำหรับ iOS, iPhone และ iPad ประจำปี 2019ผู้จัดการรหัสผ่านที่ดีที่สุดสำหรับ iOS, iPhone และ iPad ประจำปี 2019

หากคุณใช้อุปกรณ์ Apple เช่น iPhone หรือ iPad คุณต้องมีบัญชีออนไลน์มากมาย นี่หมายความว่าคุณอาจมีรหัสผ่านที่แตกต่างกันมากมายที่ต้องคอยติดตามหรือรหัสผ่านเดียวกันสำหรับทุกบัญชี อย่างแรกที่เรากล่าวมันนั้นก็จัดการดูแลได้ยาก ส่วนอย่างหลังก็ค่อนข้างไม่ปลอดภัย แต่ไม่ว่าจะทางไหนคุณก็ต้องมีโซลูชั่น

นั่นคือจุดที่ผู้จัดการรหัสผ่านเข้ามามีบทบาท ผู้จัดการรหัสผ่านจะจัดการดูแลชื่อผู้ใช้งาน รหัสผ่านและข้อมูลอื่นๆ ของคุณและดูแลให้มันปลอดภัย เข้าถึงง่ายเมื่อใดก็ตามที่คุณต้องการมัน นี่อาจเป็นที่ที่ผ่านคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์มือถือของคุณก็ได้ นอกจากนี้โปรแกรมส่วนใหญ่ยังสร้างรหัสผ่านที่โดดเด่นที่เจาะเข้าได้ยากอีกด้วย – โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับรหัสผ่านที่คุณคิดขึ้นมาเอง แม้ว่าคุณจะสามารถมใช้ผู้จัดการรหัสผ่านทั่วไปที่มีมาให้ภายใน iOS ก็ตาม แต่มันก็ไม่ใช่ความคิดที่ดี ข้อมูลของคุณจะถูกปิดล็อกเฉพาะระบบนิเวศของ Apple เท่านั้นและคุณไม่สามารถนำรหัสผ่านไปยังระบบปฏิบัติการอื่นๆ ได้ เป็นต้น

แต่เพราะความสำคัญของความปลอดภัยทางออนไลน์จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นที่คุณจะต้องใช้ผู้จัดการรหัสผ่านในการป้องกันข้อมูลของคุณ ยิ่งหากคุณมีรหัสผ่านที่เจาะได้ง่ายหรือใช้รหัสผ่านเดียวกันกับทุกอย่างด้วยแล้วล่ะก็ การมีผู้จัดการรหัสผ่านจะช่วยให้คุณอยู่ห่างจากความเสี่ยงที่ข้อมูลจะถูกขโมยอีกหนึ่งก้าว แถมผู้จัดการรหัสผ่านที่ดีจะให้ฟีเจอร์เสริมต่างๆ มากมาย เช่น เครื่องมือกรอกแบบฟอร์มโดยอัตโนมัติหรือการแบ่งปันรหัสผ่าน

มันยังใช้งานได้ไม่ยากอีกด้วย ต้องขอบคุณ iOS 12 ที่ทำให้ผู้จัดการรหัสผ่านผสานรวมเข้ากับระบบปฏิบัติการมือถือได้ง่ายกว่าที่เคย บางโปรแกรมสามารถเข้ากันได้กับทุกอุปกรณ์ของคุณตั้งแต่เดสก์ท็อปไปจนถึงโทรศัพท์ นาฬิกาหรือแม้กระทั่งแท็บเล็ต

ไม่ว่าคุณจะใช้อุปกรณ์ใดก็ตาม การศึกษาแสดงให้เห็นว่าผู้ใช้ iPhone นั้นมักจะใช้งานโทรศัพท์มือถือของพวกเขาบ่อยกว่า Android หรือคู่แข่งอื่นๆ นั่นหมายความว่าคุณกำลังส่งข้อมูลจำนวนมากออกไปและคุณคงอยากได้วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันใช่ไหม? แม้ว่าคุณจะตัดสินใจดาวน์โหลดผู้จัดการบุคคลที่สามก็ตาม แต่คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าโปรแกรมใดที่ดีที่สุด?

เพื่อค้นหาผู้จัดการรหัสผ่านที่ดีที่สุดสำหรับ iOS ฉันได้ลองตรวจสอบโปรแกรมต่างๆ มากมายเพื่อทำให้แน่ใจว่าคุณได้เลือกสรรตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับความปลอดภัยทางออนไลน์ของคุณ

ผู้จัดการรหัสผ่านที่ดีที่สุดสำหรับ iOS ประจำปี 2019

คลิกที่นี่หากคุณต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้จัดการรหัสผ่านที่ดีที่สุด

เราให้คะแนนผู้จัดการรหัสผ่านที่ดีที่สุดสำหรับ iOS ประจำปี 2019 อย่างไร

มีผู้จัดการรหัสผ่านมากมายบน App Store แต่ละโปรแกรมก็จะมีข้อดีและข้อเสียของตัวเอง ดังนั้นเราจึงอยู่ที่นี่เพื่อแสดงให้คุณเห็นสิ่งเหล่านั้น นี่คือวิธีที่เราให้คะแนนผู้จัดการรหัสผ่าน:

  • ชุดฟีเจอร์: พวกเขามีฟีเจอร์แบบไหนให้บริการ? มีฟีเจอร์มากเท่าไหร่ในแผนให้บริการฟรีและมีกี่ฟีเจอร์ที่คุณต้องจ่ายเงินซื้อ?
  • ความปลอดภัย: ผู้จัดการรหัสผ่านเสนอความปลอดภัยที่เหมาะสมไหม? หากมี มันทำงานอย่างไร?
  • ราคา: มีแผนให้บริการที่ต้องชำระเงินต่างๆ มากมายสำหรับผู้จัดการรหัสผ่าน บางส่วนก็ให้ฟีเจอร์ที่ดีกว่าคู่แข่ง แต่การรู้ว่าราคาที่จ่ายเงินซื้อผลิตภัณฑ์ไปนั้นคุ้มค่าหรือไม่ก็เป็นสิ่งสำคัญ
  • ความเข้ากันได้กับ iOS: คุณต้องทำให้แน่ใจว่าผู้จัดการรหัสผ่านของคุณนั้นเข้ากันได้กับ iOS และทำงานจากฟีเจอร์โดยตรง มิเช่นนั้นคุณจะไม่สามารถใช้ประโยชน์ของเครื่องมือกรอกแบบฟอร์มอัตโนมัติ บันทึกและอื่นๆ ได้อย่างเต็มรูปแบบ

ผู้จัดการรหัสผ่านที่ดีที่สุดสำหรับ iOS ประจำปี 2019 – อัพเดทแล้ว

 

1. RoboForm – ฟีเจอร์จัดระเบียบที่ดีที่สุด

ทำไมเราถึงชอบ

RoboForm เสนอชุดฟีเจอร์ที่น่าทึ่งซึ่งมอบความคุ้มให้กับเวลาและเงินของคุณ มันจัดระเบียบได้ง่ายด้วยระบบเปิดปิดที่ปรับแต่งได้ เครื่องมือสร้างรหัสผ่านคุณภาพและเครื่องมือกรอกแบบฟอร์มอัตโนมัติ iOS 12 นอกจากนี้ยังมีแบบฟอร์มพิเศษในการกรอกบัตรเครดิต รหัสผ่าน ตัวตนและอื่นๆ อีกมากมาย

แผนให้บริการมีราคาถูกและไม่ว่าคุณจะซื้อแผนให้บริการใดก็ตาม คุณจะได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงการสำรองข้อมูลบนคลาวด์และการใช้งานแบบออฟไลน์หรือหากคุณต้องการทดลองใช้ดูก่อน ซอฟต์แวร์ก็มีแผนให้บริการฟรีที่จำกัดให้คุณใช้ได้เพียงอุปกรณ์เดียวเท่านั้น แน่นอนว่าหากคุณใช้ RoboForm สำหรับอุปกรณ์ iOS ของคุณเท่านั้น นั่นก็ไม่เป็นปัญหาอะไรเพราะมันให้พื้นที่จัดเก็บไม่จำกัด

มีการตั้งค่ามากมายให้ใช้ แม้ว่าบางอันจะไม่ค่อยน่าสนใจยกเว้นแต่ว่าคุณจะเป็นคนที่เอาใจใส่อุปกรณ์ของคุณจริงๆ แต่เครื่องมือกรอกแบบฟอร์มอัตโนมัติ ความปลอดภัยและตัวเลือกจัดระเบียบทำงานได้ยอดเยี่ยม

สิ่งที่คุณควรรู้

แผนให้บริการฟรีของ RoboForm เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับใครก็ตามที่มีแค่อุปกรณ์เดียว อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ที่ต้องการลองแผนให้บริการขั้นสูง ก็สามารถทดลองผ่านเวอร์ชั่นทดลองฟรี 30 วันได้ โปรแกรมนี้คล้ายกันกับ 1Password เพราะแผนให้บริการมีราคาที่ค่อนข้างถูกและมันยังมีส่วนลดสำหรับการซื้อจำนวนมากอีกด้วย

นอกจากนี้คุณควรรู้ว่าแอปพลิเคชันใช้หลักการจัดเก็บโดยปราศจากความรู้ซึ่งหมายความว่าข้อมูลของคุณจะถูกเข้ารหัสบนอุปกรณ์ iOS ของคุณและไม่มีวันถูกเห็นโดยทีมงาน RoboForm มันเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยมากกว่าในการจัดเก็บข้อมูลทั่วไปโดยใช้แพลตฟอร์มคลาวด์ของซอฟต์แวร์

มันทำงานอย่างไร

แม้ว่ามันจะอาจใช้งานยากซักเล็กน้อย แต่ก็ต้องขอบคุณตัวเลือกมากมาย ขั้นตอนการติดตั้ง RoboForm ค่อนข้างเรียบง่าย สิ่งที่คุณต้องทำคือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ตั้งค่ารหัสผ่านมาสเตอร์และนำเข้ารหัสผ่านของคุณผ่านแอปพลิเคชันเดสก์ท็อปหรือผ่านการเข้าสู่ระบบด้วยตัวเอง

 

2. LastPass – แผนให้บริการฟรีน่าทึ่งที่สุด

ทำไมเราถึงชอบ

LastPass เป็นหนึ่งในผู้จัดการรหัสผ่านยอดนิยมและก็มีเหตุผลดีๆ สนับสนุนในเรื่องนี้ด้วย มาเริ่มกันที่แอปพลิเคชันมีแผนให้บริการฟรีอันน่าทึ่ง (ดังนั้นคุณจึงสามารถทดลองก่อนตัดสินใจซื้อได้) ซึ่งมาพร้อมกับพื้นที่จัดเก็บรหัสผ่านไม่จำกัด เครื่องมือกรอกแบบฟอร์มอัตโนมัติและการซิงค์ข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ นอกจากนี้ความปลอดภัยของแอปยังรองรับ FaceID, TouchID หรือรหัสผ่านมาสเตอร์ธรรมดาอีกด้วย

สิ่งที่คุณควรรู้

แอปพลิเคชันจะจัดเรียงข้อมูลของคุณตามรหัสผ่าน บัตรเครดิตและแม้กระทั่งบัญชีธนาคาร คุณสามารถนำเข้าเอกสารแนบเฉพาะเข้าไปในแต่ละรายการได้ เช่น บันทึกเสียง รูปภาพและอื่นๆ นอกจากนี้โปรแกรมก็เหมือนกับ Keeper คุณสามารถใช้ Apple Watch เป็นเครื่องมือในการอนุมัติ LastPass ในขณะที่ปรับแต่งทุกอย่างจากนาฬิกาด้วยเช่นกัน

มันทำงานอย่างไร

หลังจากตั้งค่าวิธีการป้อนข้อมูลของคุณเรียบร้อยแล้ว คุณสามารถจัดการรหัสผ่านภายในตู้นิรภัยผ่านโฟลเดอร์ได้ นอกจากนี้คุณยังสามารถนำเข้ารหัสผ่านที่คุณตั้งค่าไว้บนเดสก์ท็อปหรือ LastPass เวอร์ชั่นอื่นๆ หลังเข้าสู่ระบบ

3. Dashlane – ฟีเจอร์ตรวจสอบ Dark Web ที่ดีที่สุด

ทำไมเราถึงชอบ

Dashlane คล้ายคลึงกันกับ 1Password เพราะมันรองรับการกรอกแบบฟอร์มอัตโนมัติบน iOS 12 ซึ่งเป็นบางสิ่งที่ผู้จัดการรหัสผ่านอื่นๆ บางครั้งก็บกพร่องในเรื่องนี้ แน่นอนว่ามันมีเครื่องมือสร้างรหัสผ่านและการเข้าสู่ระบบด้วย FaceID ส่วนที่เป็นประโยชน์เพิ่มเติมคือรายงานสุขภาพรหัสผ่านของแอปและฟีเจอร์ตรวจจับเว็บมืด ฟีเจอร์แรกจะบอกคุณถึงความแข็งแกร่งของรหัสผ่านที่คุณนำเข้ามา ในขณะที่ฟีเจอร์หลังจะบอกให้คุณรู้หากมีการตรวจพบข้อมูลของคุณในเว็บมืดเนื่องจากการรั่วไหลของข้อมูล

คุณควรรู้อะไร

Dashlane ให้คุณจัดเก็บฟรีได้ 50 รายการ อย่างไรก็ตามมันไม่มีการซิงค์ระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ ในระดับเดียวกันนี้ นอกจากนี้แม้ว่ามันจะคุ้มค่าที่จะจ่ายเงินซื้อ แต่โปรดทราบว่า Dashlane มีราคาที่ค่อนข้างสูง ถึงอย่างนั้นแผนให้บริการแบบชำระเงินจะมาพร้อมกับการรองรับข้อมูลไม่จำกัดและซิงค์ข้อมูลระหว่างอุปกรณ์มากมายได้

มันทำงานอย่างไร

สิ่งที่คุณต้องทำคือติดตั้ง Dashlane และเริ่มจัดการกับรหัสผ่านของคุณผ่านระบบโฟลเดอร์ในแอป มันจะรายงานความแข็งแกร่งรหัสผ่านของคุณและตรวจสอบเว็บมืด แน่นอนว่าอย่าลืมตั้งค่า FaceID สำหรับความปลอดภัยเพิ่มเติมด้วย

 

4. Sticky Password – พื้นที่จัดเก็บข้อมูลไม่จำกัดในราคาไม่แพงที่ดีที่สุด

ทำไมเราถึงชอบ

Sticky Password ใช้รูปแบบของความปลอดภัยทั่วไปมากกว่าโดยจะผ่านการเข้าสู่ระบบด้วยรหัสผ่านมาสเตอร์ จากตรงนั้นมันจะมีฟีเจอร์พื้นฐานอย่างพื้นที่จัดเก็บรหัสผ่าน ตัวเลือกสำหรับตัวตนและเครื่องมือสร้างรหัสผ่าน นอกจากนี้ยังมีการรองรับพื้นที่จัดเก็บคลาวด์และตัวเลือกในการซิงค์ระหว่างอุปกรณ์สำหรับผู้ที่ต้องใช้งานอีกด้วย อย่างไรก็ตามสิ่งที่มันต้องทำคือป้องกันพื้นที่จัดเก็บรหัสผ่าน

สิ่งที่คุณควรรู้

Sticky Password ไม่มีการซิงค์หรือสำรองข้อมูลในแผนให้บริการฟรี อย่างไรก็ตามการอัพเกรดแผนให้บริการรายปีอันสมเหตุสมผลจะนำฟีเจอร์เหล่านี้และอื่นๆ มาให้กับคุณ โปรดทราบว่าอินเตอร์เฟซผู้ใช้งานอาจไม่ได้รับการออกแบบมาอย่างดีเท่าไหร่นัก

มันทำงานอย่างไร

Sticky Password ดาวน์โหลดง่าย เมื่อคุณตั้งค่าเสร็จแล้ว คุณก็สามารถรับพื้นที่จัดการรหัสผ่านที่ปลอดภัย เครื่องมือสร้างรหัสผ่านและเครื่องมือกรอกข้อมูลเข้าสู่ระบบได้เลย อย่าลงลังเลที่จะอัพเกรดเพื่อใช้งานฟีเจอร์เสริม

5. 1Password – เครื่องมือกรอกแบบฟอร์มอัตโนมัติที่ดีที่สุดสำหรับ iOS

ทำไมเราถึงชอบ

1Password เป็นหนึ่งในผู้จัดการรหัสผ่านสำหรับ iOS ที่เราชื่นชอบด้วยเหตุผลมากมาย มาเริ่มกันที่ว่ามันมีฟีเจอร์มากมายที่มีราคาไม่แพง เช่น คุณมีระบบนิรภัยซึ่งอนุญาตให้คุณจัดการกับชุดรหัสผ่านต่างๆ ในหลายๆ ส่วนได้ตามที่คุณชอบ

จากนั้นคุณก็จะได้รับ 1PasswordX ซึ่งเป็นหนึ่งในตู้นิรภัย แต่จะถูกนำมาวางไว้ภายในเบราว์เซอร์ นี่หมายความว่ามันสามารถเข้าถึงได้จากอุปกรณ์ใดๆ ก็ตามที่ใช้ Chrome หรือ Firefox ดังนั้นหากคุณอยู่ห่างไกลจากอุปกรณ์ iOS ของคุณไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม คุณก็ยังสามารถเข้าถึงรหัสผ่านของคุณได้

สุดท้ายคือ Travel Mode หนึ่งในฟีเจอร์ที่โดดเด่นที่สุดในแอปพลิเคชัน คุณสามารถเปิดใช้งาน Travel Mode เมื่อใดก็ตามที่คุณไปพักร้อน มันจะดูแลข้อมูลของคุณให้ปลอดภัยภายในตู้นิรภัย 1Password เพื่อในกรณีที่มีใครขโมยโทรศัพท์ของคุณ พวกเขาจะไม่มีทางเข้าถึงมันได้และคุณสามารถลบข้อมูลจากระยะไกลได้ในกรณีที่ถูกโจรกรรม มิเช่นนั้นหากคุณเดินทางมาถึงยังจุดหมายปลายทางแล้ว คุณสามารถกู้คืนข้อมูลได้ง่ายๆ โดยการคลิกที่ปุ่ม

สิ่งที่คุณควรรู้

1Password มีราคาถูกและซิงค์ได้ในอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งหมดของคุณ อย่างไรก็ตามมันไม่มีแผนให้บริการฟรี แต่มีให้ทดลองใช้งานฟรี 30 วันเพื่อให้คุณได้ลองใช้งานดูก่อน แต่นั่นคือทั้งหมดที่คุณได้รับก่อนชำระเงินซื้อซอฟต์แวร์ คุณจะได้ความคุ้มค่าสำหรับเงินที่คุณจ่าย เช่น 2FA, พื้นที่จัดเก็บรหัสผ่านไม่จำกัดและความช่วยเหลือตลอด 24/7 ผ่านทางอีเมล

มันทำงานอย่างไร

1Password ติดตั้งง่ายจนน่าเหลือเชื่อ มันต้องการแค่การตั้งค่ารหัสผ่านมาสเจอร์และการเข้าสู่ระบบอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าคุณสามารถเปิดใช้งาน 2FA ได้และปอกจะซิงค์กับลูกค้า 1Password เดสก์ท็อปหากคุณใช้งาน

6. Enpass – ค่าธรรมเนียมครั้งเดียวที่ดีที่สุด

ทำไมเราถึงชอบ

Enpass เป็นผู้จัดการรหัสผ่านที่มีฟีเจอร์น่าทึ่ง เช่น TouchID, เครื่องมือกรอกแบบฟอร์มอัตโนมัติที่ทำงานอย่างเหมาะสมและเครื่องมือสร้างรหัสผ่านภายในตัวที่ดี นักพัฒนาพยายามอย่างต่อเนื่องในการขยายชุดฟีเจอร์เพื่อมอบความคุ้มค่าให้กับผู้ใช้งานให้มากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ยังมีระบบที่ปรับแต่งได้ที่ดีซึ่งสามารถจัดเก็บบัตรเครดิต ข้อมูลทางการเงินและใบรับรองได้ มันสามารถจัดเก็บได้ทุกอย่างในพื้นนที่จัดเก็บบนคลาวด์เสริมได้หากคุณต้องการ นอกจากนี้ยังมีเบราว์เซอร์ภายในตัวที่ช่วยคุณกรอกแบบฟอร์มโดยไม่ต้องออกจาก Safari หรือเบราว์เซอร์อื่นๆ เช่น Firefox

สิ่งที่คุณควรรู้

ผู้จัดการรหัสผ่าน Enpass เวอร์ชั่นเดสก์ท็อปเสนอฟีเจอร์มากมาย แถมใช้งานได้ฟรี! อย่างไรก็ตามแอปพลิเคชัน iOS ไม่เป็นอย่างนั้นและมีราคาแบบจ่ายเงินครั้งเดียวที่สมเหตุสมผลเพื่อให้คุณสามารถใช้ประโยชน์จากมันได้ โชคกดีที่ไม่มีค่าธรรมเนียมรายเดือนเหมือนกับผู้จัดการรหัสผ่านอื่นๆ สำหรับ iOS ในตลาด ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับว่าคุณให้คุณค่ากับความปลอดภัยของคุณมากแค่ไหน ราคาก็อาจจะคุ้มค่า

มันทำงานอย่างไร

Enpass ติดตั้งง่ายและช่วยให้คุณตั้งค่ารหัสผ่านและ TouchID ทันทีที่ติดตั้ง ข้อมูลของคุณทั้งหมดจะถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัยผ่านรูปแบบการเข้ารหัส AES-256 มาตรฐานอุตสาหกรรมและปิดล็อกโดยอัตโนมัติหากไม่มีการใช้งานอุปกรณ์ iOS ของคุณ

7. Keeper – ฟีเจอร์เฉพาะ iOS ที่ดีที่สุด

ทำไมเราถึงชอบ

Keeper เป็นแบรนด์คุณภาพที่จัดเก็บรหัสผ่านไม่จำกัด สร้างวลีรหัสที่แข็งแกร่งและเสนอตัวเลือกการยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอนในการผสมผสานด้วยการรองรับ TouchID น่าสนใจที่บริษัทไม่ไว้วางใจรหัส PIN ดังนั้นคุณจึงสามารถตั้งค่า TouchID หรือมันจะบังคับให้คุณใช้รหัสผ่านมาสเตอร์ในแต่ลครั้ง นี่อาจฟังดูไม่สะดวก แต่มันหมายถึงความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นสำหรับคุณและข้อมูลของคุณ

สิ่งที่คุณควรรู้

Keeper สำหรับ iOS จับคู่กับ Apple Watch หากคุณมีเพื่อให้แน่ใจว่าคุณสามารถปลดล็อกแอปพลิเคชันได้ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ที่เป็นประโยชน์ที่เรียกว่า KeeperChat ซึ่งอนุญาตให้ผู้ใช้ iOS สื่อสารโดยส่วนตัวอีกฝ่ายได้ มันยังมีการซิงค์ระหว่างอุปกรณ์อื่นๆ ที่คุณอาจใช้งาน

แอปพลิเคชันมีค่าธรรมเนียมเฉลี่ยรายเดือนที่ไม่แพงซึ่งจะเรียกเก็บแบบรายปี คุณสามารถลองเวอร์ชั่นทดลองฟรีสำหรับธุรกิจได้ฟรีก่อนตัดสินใจอะไร แน่นอนว่าคุณจะไม่ได้รับฟีเจอร์ธุรกิจจนกว่าคุณจะอัพเกรด ไม่มีเวอร์ชั่นทดลองสำหรับแผนให้บริการส่วนบุคคลด้วยเหตุผลบางอย่าง

มันทำงานอย่างไร

เมื่อคุณตั้งค่าบัญชี Keeper แล้ว คุณจะสามารถนำเข้ารหัสผ่าน, สร้าง TouchID, เริ่มสร้างรหัสผ่านและใช้ประโยชน์จากเครื่องมือกรอกแบบฟอร์มอัตโนมัติของแอปได้

 

8. mSecure – การสมัครสมาชิกครั้งเดียวที่ดีที่สุด

ทำไมเราถึงชอบ

mSecure เป็นตัวเลือกที่ดีเพราะมันจัดเก็บข้อมูลบัตรเครดิตและบันทึกซึ่งนอกเหนือจากข้อมูลการเข้าสู่ระบบ มันจับคู่กับเครื่องมือสร้างรหัสผ่านที่แข็งแกร่งและระบบการจัดการซึ่งเป็นบางสิ่งที่ผู้จัดการรหัสผ่านมักจะพลาดไป อินเตอร์เฟซผู้ใช้งานก็ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดีสำหรับผู้เริ่มหัดและมือโปร ใครๆ ก็สามารถใช้ประโยชน์ของข้อเสนอมากมายที่ mSecure มีได้โดยไม่ต้องพยายาม

สิ่งที่คุณควรรู้

น่าสนใจที่ mSecure มีแผนให้บริการฟรีที่เป็นประโยชน์ซึ่งช่วยให้คุณได้ทดลองพื้นที่จัดเก็บที่ไม่จำกัดและเทมเพลตรหัสผ่าน แต่การอัพเกรดเป็นแผนพรีเมียมก็มีการชำระเงินแบบครั้งเดียวเท่านั้น คุณไม่ต้องจ่ายเงินรายเดือนหรือรายปีซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่สุดยอดมากๆ

มันทำงานอย่างไร

คุณสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้ฟรีและเริ่มใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ ได้เลย อย่างไรก็ตามคุณไม่สามารถตั้งค่า TouchID หรือ FaceID ได้หากมิใช่แผนให้บริการแบบชำระเงิน การอัพเกรดจะมาพร้อมการรองรับ Apple Watch และการปลดล็อกด้วยลายนิ้วมืออีกด้วย

 

9. SafeInCloud – ความเรียบง่ายที่ดีที่สุด

ทำไมเราถึงชอบ

SafeInCloud ใช้งานง่ายและเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการอะไรมากนักนอกจากผู้จัดการรหัสผ่านธรรมดาๆ ที่ไม่มีฟีเจอร์เสริมอะไรเยอะแยะ มันมีฟีเจอร์พื้นฐานอย่างพื้นที่จัดเก็บบนคลาวด์ การวิเคราะห์ความแข็งแกร่งและเครื่องมือสร้างรหัสผ่านอันเป็นประโยชน์ นอกจากนี้เบราว์เซอร์ภายในแอปยังมีเครื่องมือกรอกแบบฟอร์มอัตโนมัติและอินเตอร์เฟซผู้ใช้งานก็ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี

สิ่งที่คุณควรรู้

แอปพลิเคชัน iOS สามารถใช้งานได้ฟรี แม้ว่าเวอร์ชันพรีเมียมจะมาพร้อมฟีเจอร์เสริมดีๆ ต่างๆ อย่างพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ แอนออนรูปแบบละพื้นที่จัดเก็บไม่จำกัดสำหรับบัตรเครดิตตามที่กล่าวมาข้างต้น แผนให้บริการแบบชำระเงินเป็นการจ่ายเงินซื้อเพียงครั้งเดียว ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ได้มีราคาแพงมากเท่าไหร่นัก

มันทำงานอย่างไร

คุณสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน SafeInCloud ได้ฟรีและเริ่มใช้งานจัดเก็บรหัสผ่านของคุณได้เลย แน่นอนว่าคุณสามารถอัพเกรดเป็นแผนชำระเงินได้หากคุณต้องการฟีเจอร์เสริม

10. True Key – แผนให้บริการแบบชำระเงินมีราคาถูกและดีที่สุด

ทำไมเราถึงชอบ

True Key ก็เหมือนกับ SafeInCloud เพราะมันขึ้นชื่อในเรื่องของความเรียบง่าย แอปพลิเคชันมาพร้อมกับฟีเจอร์พื้นฐาน เช่น เครื่องมือสร้างรหัสผ่าน พื้นที่จัดเก็บและการยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอน แน่นอนว่าว่าฟีเจอร์เฉพาะ iOS ได้แก่ FaceID และ TouchID ที่นอกเหนือจากรหัสผ่านมาสเตอร์มาให้ด้วย

สิ่งที่คุณควรรู้

อย่างที่กล่าวข้างต้น มันไม่มีฟีเจอร์เสริมมากมายเท่าไหร่นัก คุณควรทราบว่าแผนให้บริการฟรีนั้นก็มีข้อจำกัดเพราะมันสามารถจัดเก็บรหัสผ่านได้แค่ 15 รหัสเท่านั้น แผนให้บริการแบบชำระเงินก็ไม่มีอะไรมากนักนอกจากพื้นที่จัดเก็บรหัสผ่านไม่จำกัดและการชำระเงินแบบรายปี มันมีราคาค่อนข้างถูก ดังนั้นหากคุณโอเคกับชุดฟีเจอร์ที่จำกัด งั้นตัวเลือกนี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคุณ

จริงด้วย แอปพลิเคชันนี้ได้รับการสนับสนุนโดย McAfee – แบรนด์ครัวเรือนที่มีชื่อคุ้นหูเมื่อพูดถึงความปลอดภัย

มันทำงานอย่างไร

เนื่องจากไม่มีรหัสผ่านมาสเตอร์ ดังนั้นสิ่งที่คุณต้องทำที่นี่คือดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเวอร์ชั่นฟรีและตั้งค่าเส้นทางการเข้าสู่ระบบเหล่านี้ จากนั้นคุณจึงจะสามารถจัดการกับรหัสผ่านได้!

ฟีเจอร์พื้นฐานของผู้จัดการรหัสผ่านที่ดีที่สุด

แน่นอนว่าผู้จัดการรหัสผ่านแต่ละโปรแกรมก็จะมีความแตกต่างกันอยู่เล็กน้อย แต่อย่างไรก้ตามในระหว่างการค้นคว้าหาโปรแกรมที่ดีที่สุดนั้น คุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าโปรแกรมดังกล่าวมีฟีเจอร์ดังต่อไปนี้:

  • รหัสผ่านมาสเตอร์: รหัสผ่านมาสเตอร์เป็นคีย์เวิร์ดเฉพาะสำหรับเข้าสู่ระบบผู้จัดการ มันเป็นเรื่องสำคัญที่คุณจะต้องเก็บรักษาสิ่งนี้ให้ปลอดภัยเพราะมันเป็นวิธีเดียวที่จะเข้าถึงข้อมูลภายในได้
  • เครื่องมือกรอกแบบฟอร์มอัตโนมัติ: เมื่อใดก็ตามที่คุณพบกับแบบฟอร์มเข้าสู่ระบบ ผู้จัดการรหัสผ่านสำหรับ iOS ที่ดีจะเตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้องสำหรับแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์แต่ละเว็บไว้ให้โดยอัตโนมัติ
  • บันทึกรหัสผ่านอัตโนมัติ: เมื่อเข้าสู่ระบบในแบบฟอร์มใหม่ที่ไม่ได้มีการจัดเก็บข้อมูลไว้ในผู้จัดการรหัสผ่านของคุณ ซอฟต์แวร์ควรบันทึกและจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวโดยอัตโนมัติ ด้วยวิธีดังกล่าว คุณจะไม่ต้องดำเนินการอะไรเพิ่มเติมและข้อมูลทั้งหมดของคุณจะอยู่ภายในผู้จัดการรหัสผ่าน
  • รายงานความแข็งแกร่งของรหัสผ่าน: การรายงานความแข็งแกร่งของผู้จัดการรหัสผ่านเป็นฟีเจอร์ที่ดีซึ่งให้คุณดูภาพรวมคุณภาพรหัสผ่านของคุณ ผู้จัดการรหัสผ่านบางโปรแกรมจะให้ข้อมูลเพิ่มเติม เช่น การซ่อมแซมโดยอัตโนมัติหรือมอบทางเลือกให้คุณเปลี่ยนรหัสผ่านโดยอัตโนมัติ แต่อย่างน้อยทุกโปรแกรมควรมีการรายงานพื้นฐาน

ฟีเจอร์ขั้นสูงของผู้จัดการรหัสผ่าน

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ขั้นสูงซึ่งผู้จัดการรหัสผ่านบางส่วนมีมาให้ในแผนให้บริการแบบชำระเงินของพวกเขา:

  • การยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอน (2FA): แม้ว่ามันดูควรจะเป็นฟีเจอร์พื้นฐาน แต่ก็มีผู้จัดการรหัสผ่านบางส่วนที่ไม่มี 2FA นี่เป็นชั้นความปลอดภัยเสริมที่ต้องการให้ผู้จัดการรหัสผ่านส่งรหัสให้คุณผ่านทางอีเมลหรือข้อความก่อนจึงจะให้คุณเข้าสู่ระบบได้ ด้วยวิธีนี้หากมีใครสักคนพยายามเจาะเข้าบัญชีของคุณ พวกเขาจะไม่สามารถทำได้เพราะพวกเขาไม่มีสิทธิ์ในการเข้าถึงบัญชีอีเมลหรือโทรศัพท์ของคุณ
  • การแบ่งปันรหัสผ่าน: แม้ว่าจะไม่ใช่ฟีเจอร์ที่จำเป็น แต่การแบ่งปันรหัสผ่านนั้นก็ถือเป็นฟีเจอร์ที่ดีสำหรับผู้ที่ถือบัญชีร่วมกับเพื่อนหรือคนที่รัก เช่น บัญชีสตรีม Netflix ด้วยฟีเจอร์นี้ คุณจะสามารถควบคุมได้ว่าใครสามารถเข้าถึงข้อมูลอะไรได้บ้างและเข้าถึงได้นานแค่ไหน
  • การเข้าถึงฉุกเฉิน: การเข้าถึงฉุกเฉินเป็นฟีเจอร์ที่เป็นประโยชน์ในกรณีที่คุณลืมรหัสผ่านมาสเตอร์ ตัวเลือกกู้คืนข้อมูลนี้จะได้รับการจัดการผ่านอีเมลของเพื่อนที่คุณไว้ใจซึ่งทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้จัดการรหัสผ่านแต่ละโปรแกรมด้วย หากคุณเปิดใช้งานตัวเลือกการเข้าถึงฉุกเฉิน เพื่อนคนดังกล่าวจะได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงบัญชีของคุณชั่วคราวตามระยะเวลาที่กำหนด ที่นี่พวกเขาสามารถเปลี่ยนรหัสผ่านของคุณเพื่อทำให้แน่ใจว่าลบข้อมูลของคุณจากผู้จัดการแล้วโดยขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการให้พวกเขาทำอะไร

แน่นอนว่า iOS มีผู้จัดการรหัสผ่านภายในตัวมาให้ด้วย แต่ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าพื้นที่จัดเก็บข้อมูลรหัสผ่าน ผู้จัดการรหัสผ่านพื้นฐานนี้จะไม่มีฟีเจอร์เจ๋งๆ อย่าง เครือข่ายส่วนบุคคลเสมือน การแบ่งปันฉุกเฉินหรือการสแกนเว็บมือ หากคุณต้องการอัพเกรดและลองบางสิ่งบางอย่างที่ดีกว่าพื้นที่ธรรมดาๆ สำหรับจัดเก็บรหัส งั้นคุณควรตรวจสอบหนึ่งในผู้จัดการรหัสผ่านในรายการนี้

# ผู้ให้บริการ ช่วงราคา คะแนน
1฿70 - ฿130 / ปี3.5
เยี่ยมชมเว็บไซต์อ่านรีวิว
2฿100 - ฿130 / ปี4.0
เยี่ยมชมเว็บไซต์อ่านรีวิว
3฿160 - ฿310 / ปี4.5
เยี่ยมชมเว็บไซต์อ่านรีวิว
4฿910 / ปี4.2
เยี่ยมชมเว็บไซต์อ่านรีวิว
5฿100 - ฿250 / ปี4.0
เยี่ยมชมเว็บไซต์อ่านรีวิว
6฿370 / ปี3.2
เยี่ยมชมเว็บไซต์อ่านรีวิว
7฿60 - ฿160 / ปี5.0
เยี่ยมชมเว็บไซต์อ่านรีวิว
8฿910 / ปี3.0
เยี่ยมชมเว็บไซต์อ่านรีวิว
9฿130 - ฿250 / ปี3.0
เยี่ยมชมเว็บไซต์อ่านรีวิว
10฿610 / ปี3.1
เยี่ยมชมเว็บไซต์อ่านรีวิว
ความโปร่งใสและความไว้วางใจ – เรามีความภูมิใจในการเป็นเว็บไซต์เดียวที่ผู้ใช้สามารถมีส่วนร่วมและแบ่งปันรีวิวของพวกเขาเกี่ยวกับแอนตี้ไวรัสกับสมาชิกชุมชนอื่นๆ ได้อย่างอิสระ เมื่อคุณเยี่ยมชมเว็บไซต์แอนตี้ไวรัสที่เราเชื่อมโยงไว้ให้ บางครั้งเราจะได้รับค่าคอมมิชชั่นในการแนะนำเพื่อสนับสนุนการทำงานของเรา อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการทำงานของเรา