เครื่องมือจัดการรหัสผ่านที่ดีที่สุดของปี 2019

ความโปร่งใสและความไว้วางใจ – เรามีความภูมิใจในการเป็นเว็บไซต์เดียวที่ผู้ใช้สามารถมีส่วนร่วมและแบ่งปันรีวิวของพวกเขาเกี่ยวกับแอนตี้ไวรัสกับสมาชิกชุมชนอื่นๆ ได้อย่างอิสระ เมื่อคุณเยี่ยมชมเว็บไซต์แอนตี้ไวรัสที่เราเชื่อมโยงไว้ให้ บางครั้งเราจะได้รับค่าคอมมิชชั่นในการแนะนำเพื่อสนับสนุนการทำงานของเรา อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการทำงานของเรา
Felicity Kay
ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
อัพเดท: 20 พฤศจิกายน 2019

The Best Password Managers of 2019 — Secure, Affordable and Recommendedคุณควรจะใช้ผู้จัดการรหัสผ่านออนไลน์เพื่อรักษาข้อมูลของคุณให้ปลอดภัย: แอนตี้ไวรัสบางส่วนมีฟีเจอร์แสนดีนี้มาให้ด้วยซึ่งบางส่วนก็ไม่มี แถมฟีเจอร์นี้ทีมีมาให้ก็อาจดูน่าทึ่ง แต่โปรแกรมใดล่ะที่มีผู้จัดการรหัสผ่านที่ดีที่สุดที่คุ้มค่ากับเวลาของคุณและเงินของคุณ?

ไม่ว่าคุณจะเป็นคนแบบไหนก็ตามที่ใช้รหัสผ่านเดียวกันหรือรหัสผ่านแตกต่างกันไปในการเข้าสู่ระบบครั้งเดียวหรือหากคุณีการเข้าถึงระบบหลายชั้นที่คุณคิดว่าปลอดภัยมากพอ คุณก็อย่าเพิ่งปล่อยวางใจไปเพราะคุณอ่านเกี่ยวกับการรั่วไหลของข้อมูลบริษัทขนาดยักษ์ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่กัน?

ผู้จัดการรหัสผ่านทำอะไรมากกว่าแค่เพียงบันทึกรหัสผ่านของคุณ: ใช่แล้ว พวกเขาบันทึกรหัสผ่านของคุณ แต่ยังสามารถสร้างรหัสผ่านที่โดดเด่นและแข็งแกร่งสำหรับแต่ละเว็บไซต์ที่คุณเข้าสู่ระบบ ผู้จัดการรหัสผ่านบางโปรแกรมยังมอบความสามารถในการสร้างรหัสผ่านใหม่ที่แข็งแกร่งกับคุณด้วยและจะเปลี่ยนรหัสผ่านเดิมที่มีอยู่ของคุณทั้งหมดในคลิกเดียว

  1. Dashlane – ฟีเจอร์เสริมดีที่สุด
  2. LastPass – ช่วงเวลาทดลองฟรี (เป็นเวลา 30 วัน) ที่เข้าถึงได้ทั้งหมดที่ดีที่สุด
  3. Keeper – การแบ่งปันและความอเนกประสงค์ดีที่สุด
  4. Enpass – ความอเนกประสงค์ที่ครอบคลุมทุกอุปกรณ์ที่ดีที่สุด
  5. RoboForm – ความอเนกประสงค์ที่ครอบคลุมทุก OS ที่ดีที่สุด
  6. 1Password – ใช้งานง่ายและรองรับผู้ใช้งานหลายคนที่ดีที่สุด
  7. StickyPassword – รวมพื้นฐานที่ดีที่สุด
  8. Password Boss – ดีที่สุดสำหรับผู้ใช้ที่มีประสบการณ์
  9. TrueKey – การระมัดระวังความปลอดภัยที่ดีที่สุด
  10. Zoho Vault – ดีที่สุดสำหรับผู้ใช้ Zoho ที่มีอยู่

ผู้จัดการรหัสผ่านคืออะไร?

ผู้จัดการรหัสผ่านที่ดีที่สุดทั้งหมดมักทำในสิ่งเดียวกัน สิ่งแรกคือพวกเขาจะเก็บรหัสผ่านทั้งหมดของคุณ

การอธิบายหลักการทำงานของสิ่งนี้อาจเป็นเรื่องยาก: มันจะเข้ารหัสผ่านและเก็บรหัสผ่านของคุณไว้ในฐานข้อมูลที่ปลอดภัยซึ่งให้คุณสามารถเข้าสู่ระบบบนเว็บไซต์ที่คุณมีข้อมูลความลับใดก็ได้ได้อย่างง่ายดาย

เมื่อคุณไปยังเว็บไซต์และต้องการจะเข้าสู่ระบบ ผู้จัดการรหัสผ่านจะถามคุณหากคุณต้องการบันทึกรายละเอียดการเข้าสู่ระบบของคุณไว้หรือจะให้มันกรอกข้อมูลให้โดยอัตโนมัติ (หากคุณอนุญาต)

แต่พวกเขาทำสิ่งนี้ได้อย่างไร OS และอุปกรณ์ใดที่พวกเขาทำงานได้และฟีเจอร์อื่นๆ ใดที่พวกเขาเสนอการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการรหัสผ่านหนึ่งไปยังอีกโปรแกรมหนึ่ง

ฟีเจอร์พื้นฐานของผู้จัดการรหัสผ่านที่ดีที่สุด

ฟีเจอร์ผู้จัดการรหัสผ่านที่ดีที่สุดจะแตกต่างกันไปตามสินค้า แต่โดยปกติแล้วมันจะเสนอฟีเจอร์พื้นฐานที่เหมือนกัน:

  • ส่วนเสริมเบราว์เซอร์หรือรหัสผ่านมาสเตอร์ (หรือทั้งสองอย่าง): ผู้จัดการรหัสผ่านที่ดีที่สุดจะให้คุณเข้าสู่ระบบโดยใช้ทั้งรหัสผ่าน ‘มาสเตอร์’ ซึ่งจะช่วยให้คุณเข้าสู่ระบบเว็บไซต์อื่นๆ โดยอัตโนมัติหรือโดยการเข้าสู่ระบบในส่วนเสริมเบราว์เซอร์
  • ตรวจจับรหัสผ่านโดยอัตโนมัติ: ผู้จัดการรหัสผ่านที่ดีที่สุดส่วนใหญ่จะตรวจจับรหัสผ่านโดยอัตโนมัติหรืออย่างน้อยก็ตรวจจับข้อมูลรหัสผ่านของคุณและสอบถามคุณหากคุณต้องการบันทึกมันไว้ในตู้นิรภัย
  • กรอกแบบฟอร์มอัตโนมัติ: เพราะผู้จัดการรหัสผ่านจะกรอกรหัสผ่านของคุณโดยอัตโนมัติ ดังนั้นโปรแกรมจึงสามารถเก็บข้อมูลอื่นๆ ของคุณได้อย่างง่ายดาย เช่น ข้อมูลส่วนบุคคล (เช่น รหัสผ่านประกันสังคมหรือรหัสบัตรประชาชน), ข้อมูลทางการเงิน (การเข้าสู่ระบบบัญชีธนาคารและ Paypal) และอื่นๆ ผู้จัดการรหัสผ่านส่วนใหญ่ (แต่ไม่ใช่ทั้งหมด) จะมีฟีเจอร์กรอกข้อมูลโดยอัตโนมัติที่คุณต้องตั้งค่าหลังการติดตั้ง
  • รายงานความแข็งแกร่งของรหัสผ่าน: ผู้จัดการรหัสผ่านที่คุณเลือกจะมีรายงานความแข็งแกร่งของรหัสผ่านที่มันจะวิเคราะห์รหัสผ่านของคุณทั้งหมดและบอกคุณว่ารหัสใดที่อาจดีกว่า บางครั้งโปรแกรมจะแนะนำรหัสผ่านที่แข็งแกร่งกว่าให้กับคุณโดยอัตโนมัติเพื่อใช้แทนรหัสผ่านที่อ่อนแอ และคุณสามารถเปลี่ยนรหัสผ่านที่คุณเก็บไว้ทั้งหมดได้โดยทันที!

ฟีเจอร์ขั้นสูงของผู้จัดการรหัสผ่าน

ผู้จัดการรหัสผ่านบางโปรแกรม (ไม่ใช่ทุกโปรแกรม) มีฟีเจอร์เสริมที่น่าสนใจในแผนให้บริการแบบชำระเงินของพวกเขา:

  • การยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอน: โดยปกติแล้วนี่คือฟีเจอร์ผู้จัดการรหาผ่านพื้นฐาน แต่บ่อยครั้งที่สิ่งนี้ถูกจำกัด ผู้จัดการรหัสผ่านขั้นสูง เช่น TrueKey มีวิธีการยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอนมากมายตั้งต่การปลดล็อกผู้จัดการรหัสผ่านผ่านทาง SMS ไปจนถึงการสแกนใบหน้า
  • การแบ่งปันรหัสผ่านที่ปลอดภัย: ผู้จัดการรหัสผ่านบางโปรแกรมอนุญาตให้คุณแบ่งปันรหัสผ่านกับผู้อื่นได้อย่างปลอดภัย แต่นี่คือคำเตือน! แม้ว่าคุณจะสามารถลบการเข้าถึงของพวกเขาได้หากคุณต้องการ แต่เมื่อมีใครสักคนที่สามารถเข้าถึงข้อมูลของคุณได้ พวกเขาก็มีแนวโน้มที่จะเข้าถึงการเข้าสู่ระบบทั้งหมดของคุณได้เช่นกัน!
  • การเข้าถึงฉุกเฉิน: จะเกิดอะไรขึ้นในกรณีที่คุณลืมรหัสผ่านมาสเตอร์หรือถูกล็อกโดยผู้จัดการรหัสผ่าน? เนื่องจากผู้จัดการรหัสผ่านส่วนใหญ่ไม่ได้เก็บข้อมูลของคุณ ดังนั้นเมื่อรหัสผ่านมาสเตอร์ของคุณหายไป ข้อมูลที่คุณบันทึกไว้ก็จะหายไปด้วยเช่นกัน โชคดีที่ผู้จัดการรหัสผ่านบางโปรแกรมมีการเข้าถึงฉุกเฉินที่ให้คุณตั้งค่าอีเมลของบุคคลที่คุณไว้ใจ ตั้งระยะเวลาในการส่งรหัสผ่านฉุกเฉิน เมื่อถึงเวลาที่กำหนด (จะเป็นตอนไหนก็ได้ตั้งแต่ ‘ทันที’ ถึง ‘1 เดือน’) หมดอายุ บุคคลที่คุณไว้ใจจะได้รับรายละเอียดการเข้าสู่ระบบฉุกเฉินของคุณ
  • VPN: เป็นสิ่งที่หาได้ยาก แต่ผู้จัดการรหาผ่านบางโปรแกรมก็มีมาให้ เช่น Dashlane และ RememBear จะมี VPN ที่ปลอดภัยมาให้ในแผนให้บริการพรีเมียมของพวกเขา มันก็ฟังดูเข้าท่าเพราะแค่เพราะรหัสผ่านของคุณได้รับการป้องกัน นั่นไม่ได้หมายความว่าการเชื่อมต่อของคุณจะได้รับการป้องกันด้วยและหากไม่ได้รับการป้องกัน การใช้ VPN ที่ปลอดภัยก่อนเข้าสู่ระบบผู้จัดการรหัสผ่านก็ถือเป็นการป้องกันเสริมที่คุณควรพิจารณา

ผู้จัดการรหัสผ่านปลอดภัยหรือเปล่า?

มันเป็นคำถามที่ดี แค่เพราะคุณบันทึกและเข้ารหัสรหัสผ่านที่แตกต่างและแข็งแกร่งทั้งหมด อะไรที่จะหยุดแฮ็กเกอร์ไม่ให้เข้าถึงรหัสผ่านมาสเตอร์ของคุณได้? หรือแย่ไปกว่านั้นคือเข้าถึงฐานข้อมูลบริษัทของผู้จัดการรหัสผ่าน?

แม้ว่าเราจะไม่สามารถคาดเดาอนาคตได้ แต่คุณสามารถรู้สึกปลอดภัยที่ได้รู้ว่าผู้จัดการรหัสผ่านที่ดีที่สุดส่วนใหญ่ที่เราตรวจสอบใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัส AES-256 ซึ่งเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมสำหรับข้อมูลทั้งหมดของคุณ ผู้จัดการรหัสผ่านส่วนใหญ่ (แต่ไม่ทั้งหมด) ยังมีการยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอนหรือหลายขั้นตอนเมื่อคุณกรอกรหัสผ่านมาสเตอร์อีกด้วย

ที่จริงแล้วผู้จัดการรหัสผ่านส่วนใหญ่ไม่ได้จัดเก็บข้อมูลของคุณไว้ (มันเรียกว่า zero-knowledge ซึ่งบริษัทจะ ‘ไม่รู้’ อะไรเลยเกี่ยวกับข้อมูลจริงๆ ของคุณ พวกเขาแค่เข้ารหัสให้คุณเท่านั้น) หมายความว่าหากพวกเขาโดนแฮ็ก ข้อมูลของคุณ (และผู้อื่น) ก็จะไม่ถูกเปิดเผย นั่นช่วยทำให้สบายใจขึ้นบ้างไหม?

นอกจากนี้การใช้ผู้จัดการรหัสผ่านจะช่วยให้คุณได้รับการป้องกันทางออนไลน์มากขึ้น อย่างน้อยก็คุณก็กำลังป้องกันการเข้าสู่ระบบออนไลน์มากมายโดยใช้รหัสผ่านที่แข็งแกร่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยทันทีและฟีเจอร์ความปลอดภัยอื่นๆ

เราให้คะแนนผู้จัดการรหัสผ่านที่ดีที่สุดอย่างไร

ด้วยจำนวนโปรแกรมผู้จัดการรหัสผ่านที่มากเกือบ 70 โปรแกรมในตลาดและฟีเจอร์ที่หลากหลายจึงมีอะไรให้เราต้องดูอีกมาก เมื่อเราให้คะแนนและรีวิวผู้จัดการรหัสผ่าน เราจะมองหาข้อมูลดังต่อไปนี้:

  • ฟีเจอร์ที่มีให้: พวกเขาทำได้มากกว่าพื้นฐานหรือเปล่า หากใช่ พวกเขาทำอย่างไร?
  • ความปลอดภัย: ผู้จัดการรหัสผ่านมีฟีเจอร์ความปลอดภัยแบบไหนและมันมีประสิทธิภาพแค่ไหน?
  • จำนวนแพลตฟอร์ม OS และอุปกรณ์ที่รองรับ: เพราะผู้จัดการรหัสผ่านควรทำงานได้บนอุปกรณ์และ OS ของคุณ
  • ราคา: ผู้จัดการรหัสผ่านส่วนใหญ่มีให้ทดลองใช้งานฟรี – เราจะดูว่าคุณจะได้อะไรบ้างและแผนให้บริการแบบชำระเงินใดบ้างที่คุ้มค่ากับเงินจริงๆ

ผู้จัดการรหัสผ่านที่ดีที่สุดประจำปี 2019 – อัพเดท

ผู้จัดการรหัสผ่านที่ดีที่สุดสำหรับคุณอาจมีฟีเจอร์ขั้นสูงมากมายหรืออาจเป็นโปรแกรมที่มีประสิทธิภาพและให้บริการในระบบปฏิบัติการเฉพาะ ไม่ว่าคุณจะเลือกแบบใดก็ตาม เราได้ค้นคว้าและรีวิวผู้จัดการรหัสผ่านมากกว่า 70 โปรแกรมมาให้คุณแล้วโดยเราจะมองดูทุกรายละเอียดตั้งแต่การติดตั้งไปจนถึงอินเตอร์เฟซผู้ใช้งาน ระบบความช่วยเหลือและอื่นๆ!

โดยรวมแล้วเราคิดว่าผู้จัดการรหัสผ่านที่ดีที่สุดจะต้องเป็น Dashlane เพราะการติดตั้งแบบคลิกเดียวที่ง่ายดาย (นำเข้าข้อมูลอัตโนมัติ) ตัวเลือกเปลี่ยนรหัสต่างๆ ในคลิกเดียวและตัวเลือกฟีเจอร์ขั้นสูงอัญชาญฉลาดอีกมากมาย

อันดับ 1: Dashlane – ฟีเจอร์เสริมดีที่สุด

ทำไมเราถึงชอบ

Dashlane เป็นอันดับหนึ่งในรายการของเราเพราะมันมีฟีเจอร์เสริมมากมาย: ในแผนให้บริการพรีเมียมยังมีการตรวจจับ Dark Web และ VPN เพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับการเชื่อมต่อของคุณ เพราะหากคุณไม่ใช้การเชื่อมต่อที่ปลอดภัย แม้ว่ารหัสผ่านของคุณจะได้รับการป้องกันก็ตาม… แต่อุปกรณ์ของคุณจะไม่มีการป้องกัน

แผนให้บริการพรีเมียมของ Dashlane ยังป้องกันได้ไม่จำกัดอุปกรณ์และนำเข้าข้อมูลของอุปกรณ์ที่มีอยู่ทั้งหมดของคุณได้อย่างง่ายดายและดำเนินการได้ในคลิกเดียว แต่ส่วนที่ดีที่สุดของ Dashlane ก็ต้องเป็นเครื่องมือสร้างรหัสผ่านอัตโนมัติในคลิกเดียวและเครื่องมือเปลี่ยนรหัสผ่าน: มันจะดูรหัสผ่านทั้งหมดของคุณ, แจ้งให้คุณทราบว่ามันปลอดภัยแค่ไหนและแนะนำรหัสผ่านที่แข็งแกร่งกว่า มันยังสามารถเปลี่ยนรหัสผ่านทั้งหมดให้มีความแข็งแกร่งที่เท่าเทียมกันได้ภายในคลิกเดียวอีกด้วย

แถม Dashlane ยังเป็นโปรแกรมอเนกประสงค์ มันทำงานได้ในอุปกรณ์ Windows, Android, MacOS และ iOS

อันดับ 1: Dashlane – ฟีเจอร์เสริมดีที่สุด

สิ่งที่คุณควรรู้

Dashlane เวอร์ชั่นฟรีนั้นให้คุณเข้าถึงฟีเจอร์ส่วนใหญ่ได้ แต่ใช้ได้เพียงอุปกรณ์เดียวเท่านั้นและรองรับได้สูงสุดแค่ 50 รหัสผ่าน เราขอเดาว่าคุณคงมีอุปกรณ์เพียงอุปกรณ์เดียวอยู่แล้วและในเวอร์ชั่นฟรีนี้การซิงค์สำหรับอุปกรณ์จะถูกปิดใช้งาน ดังนั้นหากคุณติดตั้ง Dashlane บนอุปกรณ์และตัดสินใจที่จะลบมันทิ้ง คุณอาจเสียรหัสผ่านทั้งหมดบนอุปกรณ์ (ยกเว้นแต่คุณจะมีสำรองที่อื่น)
อันดับ 1: Dashlane – ฟีเจอร์เสริมดีที่สุด

มันทำงานอย่างไร

ระบบนำทางไปยังแอปเว็บไซต์ของ Dashlane และเข้าสู่ระบบด้วยรหัสผ่านมาสเตอร์ หากคุณเปิดใช้งานการยืนยันแบบสองขั้นตอนเอาไว้ คุณจะได้รับ SMS รหัสเพื่อเข้าสู่ระบบบนอุปกรณ์มือถือของคุณ คุณจะสามารถเข้าสู่บัญชีของคุณทุกบัญชีได้โดยอัตโนมัติ

สำหรับแผนให้บริการฟรี คุณจะเข้าสู่ระบบอุปกรณ์ของคุณได้ด้วยรหัสผ่านมาสเตอร์

อันดับ 2: LastPass – ช่วงเวลาทดลองฟรี (เป็นเวลา 30 วัน) ที่เข้าถึงได้ทั้งหมดที่ดีที่สุด

ทำไมเราถึงชอบ

LastPass เป็นหนึ่งในผู้จัดการรหัสผ่านยอดนิยมมากที่สุดเพราะมันทำงานได้ในอุปกรณ์และ OS หลักซึ่งหมายความว่าคุณสามารถสลับและซิงค์ระหว่างอุปกรณ์และ OS ได้อย่างอิสระ แม้ว่าเวอร์ชั่นฟรีจะมีฟีเจอร์ดีๆ อย่างการซิงค์สำหรับหลายอุปกรณ์ การแบ่งปันรหัสผ่านกับผู้อื่น แต่เวอร์ชั่นแบบชำระเงินมีตัวเลือกที่ยืดหยุ่นมากกว่า การยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอนที่แข็งแกร่งกว่าและมีแม้กระทั่งพื้นที่จัดเก็บไฟล์เข้ารหัสขนาด 1GB

สิ่งที่คุณควรรู้

แม้ว่าเวอร์ชั่นฟรีจะเป็นวิธีที่ดีในการสำรวจทุกสิ่งซึ่งบอกเลยว่าคุณจะต้องตกหลุมรัก LastPass แต่เวอร์ชั่นฟรีนั้นสามารถใช้งานได้เพียง 30 วันเท่านั้น นี่ถือเป็นช่วงเวลาที่มากเกินพอให้คุณได้สัมผัส LastPass อย่างเต็มที่ แต่โปรแกรมนี้แตกต่างจากผู้จัดการรหัสผ่านอื่นๆ ในรายการของเราเพราะมีฟีเจอร์ให้บริการที่จำกัด
อันดับ 2: LastPass – ช่วงเวลาทดลองฟรี (เป็นเวลา 30 วัน) ที่เข้าถึงได้ทั้งหมดที่ดีที่สุด

มันทำงานอย่างไร

LastPass มาพร้อมกับแอป Windows, Android หรือ iOS คุณต้องดาวน์โหลดแอปบนมือถือของคุณหรือติดตั้งส่วนเสริมเบราว์เซอร์ (สำหรับ Chrome, Firefox, Safari, Opera และแม้กระทั่ง Edge) เมื่อคุณติดตั้งเสร็จแล้ว ระบบจะขอให้คุณสร้างรหัสผ่านมาสเตอร์ขึ้นและจากนั้นคุณจะสามารถนำเข้ารหัสผ่านทั้งหมดของคุณ (จากอีเมลหรือนำเข้ารหัสผ่านจากผู้จัดการรหัสผ่านอื่นก็ได้)

อันดับ 3: Keeper – การแบ่งปันและความอเนกประสงค์ดีที่สุด

ทำไมเราถึงชอบ

Keeper มีความอเนกประสงค์มากๆ และแข็งแกร่งในเรื่องการแบ่งปัน: สำหรับผู้ใช้ธุรกิจและองค์กรเช่นเดียวกับการใช้งานส่วนตัว สำหรับบุคคล ครอบครัวและนักศึกษา

ในแผนให้บริการส่วนตัว มีฟีเจอร์มาให้มากมายรวมถึงซิงค์อุปกรณ์ได้ไม่จำกัด การแบ่งปันบันทึกที่ปลอดภัยและแม้กระทั่งการเข้าสู่ระบบโดยใช้ลายนิ้วมือและใบหน้า ในแผนให้บริการสำหรับครอบครัว มันจะเพิ่มตู้นิรภัยเข้ามาอีก 5 ตู้และเพิ่มพื้นที่จัดเก็บไฟล์ที่ปลอดภัยเป็น 10GB

สิ่งที่คุณควรรู้

ไม่มีเวอร์ชั่นฟรีใน Keeper ทุกแผนให้บริการคุณจะได้รับทดลองใช้ฟรี 30 วัน…แต่หลังจากนั้นคุณต้องอัพเกรด 30 วันก็ถือว่ามากพอที่จะทำความเข้าใจและเพลิดเพลินไปกับ Keeper และยังมีฟีเจอร์ (เครื่องมือสร้างรหัสผ่าน พื้นที่ปลอดภัยแบบใช้ร่วมกัน) ที่คุ้มค่าอีกด้วย
อันดับ 3: Keeper – การแบ่งปันและความอเนกประสงค์ดีที่สุดมันทำงานอย่างไร

นี่คือจุดที่ Keeper สร้างความประทับใจให้กับเราอย่างมาก! ด้วยแอปที่มีให้บริการสำหรับเกือบทุก OS Keeper เป็นผู้จัดการรหัสผ่านที่สามารถติดตั้งได้ในคลิกเดียวและมาพร้อมการนำเข้ารหัสผ่านโดยอัตโนมัติ แค่ตั้งค่ารหัสผ่านมาสเตอร์และจากนั้นก็ตั้งค่าการยืนยันแบบสองขั้นตอนของคุณซึ่งอาจะเป็นลายนิ้วมือไบโอเมตริกหรือแม้แต่การจดจำใบหน้าก็ได้!

อันดับ 4: Enpass – ความอเนกประสงค์ที่ครอบคลุมทุกอุปกรณ์ที่ดีที่สุด

ทำไมเราถึงชอบ

Enpass มีความอเนกประสงค์มากๆ มันทำงานได้ทุก OS ที่มีซึ่งรวมถึง Blackberry, Chromebook และแม้กระทั่งไดร์ฟ USB แบบพกพา! มันยังมีส่วนเสริมเบราว์เซอร์ Edge และแอป Windows Store อีกด้วย

ฟีเจอร์ของ Enpass นั้นค่อนข้างน่าสนใจเช่นกัน มันมีเครื่องมือสร้างรหัสผ่านที่แข็งแกร่งมากๆ และตู้นิรภัยมากมายสำหรับสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งเหมาะสำหรับโครงงานต่างๆ สมาชิกครอบครัวหรือทีมงาน คุณสามารถกำหนดหมวดหมู่ข้อมูลที่บันทึกของคุณในตัวเลือกพื้นที่จัดเก็บแต่ละแห่งเหล่านี้ได้อีกด้วย

อันดับ 4: Enpass – ความอเนกประสงค์ที่ครอบคลุมทุกอุปกรณ์ที่ดีที่สุด

สิ่งที่คุณควรรู้

Enpass แม้ว่าจะเป็นผู้จัดการรหัสผ่านแบบไม่เก็บข้อมูลเอาไว้ แต่ใช้การเข้ารหัสทั่วไปซึ่งหมายความว่าข้อมูล แม้จะถูกเข้ารหัสก็จะถูกเก็บไว้ในอุปกรณ์ของคุณ คุณอาจโต้แย้งว่าการเก็บข้อมูลบนคลาวด์นั้นย่อมปลอดภัยมากกว่าเพราะจะเกิดอะไรขึ้นหากอุปกรณ์ของคุณถูกขโมย?

มันทำงานอย่างไร

Enpass เป็นโปรแกรมที่แปลกที่คุณไม่ต้องสมัครสมาชิกเพื่อดาวน์โหลด Enpass แค่ดาวน์โหลดและเริ่มต้นนำเข้ารหัสผ่านของคุณและตั้งค่ารหัสผ่านมาสเตอร์ของคุณ หากคุณต้องการใช้ฟีเจอร์ขั้นสูง คุณต้องชำระเงินเพื่อซื้อแผนให้บริการ แต่คุณก็ยังต้องดาวน์โหลดส่วนเสริมของเบราว์เซอร์หรือเว็บไซต์เพื่อทำเช่นนั้น

อันดับ 5: RoboForm – ความอเนกประสงค์ที่ครอบคลุมทุก OS ที่ดีที่สุด

ทำไมเราถึงชอบ

ไม่ว่าอุปกรณ์ของคุณจะเป็นอุปกรณ์ประเภทไหนหรือคุณใช้เบราว์เซอร์ใดก็ได้ เรารับประกันได้เลยว่า RoboForm มีส่วนเสริมสำหรับทุกเบราว์เซอร์และแอปที่คุณใช้

RoboForm มีฟีเจอร์เจ๋งๆ บางส่วน แต่ไม่มีอะที่คุณไม่พบเห็นในผู้จัดการรหัสผ่านอื่นๆ นอกจากการเข้าถึงแบบออฟไลน์และตัวเลือกจัดเก็บข้อมูลในเครื่อง (Enpass ก็มีตัวเลือกนี้)

อันดับ 5: RoboForm – ความอเนกประสงค์ที่ครอบคลุมทุก OS ที่ดีที่สุด

สิ่งที่คุณควรรู้

อินเตอร์เฟซค่อนข้างใช้งานยากนิดหน่อยและคุณอาจมีปัญหาในการนำเข้ารหัสผ่านเช่นกัน เครื่องมือสร้างรหัสผ่านและการยืนยันแบบสองขั้นตอนก็ไม่ได้แข็งแกร่งเท่าผู้จัดการรหัสผ่านอื่นๆ ที่เราเคยเห็น

มันทำงานอย่างไร

ดาวน์โหลดบนเว็บไซต์ ติดตั้งส่วนเสริมเบราว์เซอร์หรือแอปมือถือ ตั้งค่ารหัสผ่านมาสเตอร์ของคุณและเริ่มนำเข้ารหัสผ่านของคุณ ไม่ว่าจะนำเข้าทีละรหัสผ่านหรือโดยการดาวน์โหลดและนำเข้าจากผู้จัดการรหัสผ่านอื่นก็ตาม

อันดับ 6: 1Password – ใช้งานง่ายและรองรับผู้ใช้งานหลายคนที่ดีที่สุด

ทำไมเราถึงชอบ

ด้วยแอปและส่วนเสริมเบราว์เซอร์มากมาย 1Password เป็นโปรแกรมเรียบง่าย ปลอดภัยและใช้งานง่าย มันเป็นผู้จัดการรหาผ่านที่สร้างสำหรับการทำสิ่งธรรมดาๆ และง่ายๆ เช่น การซิงค์อุปกรณ์มากมาย การอนุมัติให้เข้าถึงและตู้นิรภัยส่วนบุคคลต่อผู้ใช้งาน

อีกสิ่งหนึ่งที่เจ๋งมากๆ เกี่ยวกับ 1Password คือมันใช้งานง่ายมากๆ แดชบอร์ดเข้าใจง่ายและการตรวจจับรหัสผ่านก็เรียบง่าย

สิ่งที่คุณควรรู้

1Password กล่าวอ้างว่าตัวเองนั้นเหมาะสำหรับครอบครัวหรือสำหรับธุรกิจ คุณสามารถใช้มันแบบส่วนตัวก็ได้ แต่คุณจะพลาดฟีเจอร์แบ่งปันที่น่าตื่นเต้นบางอย่างไป
อันดับ 6: 1Password – ใช้งานง่ายและรองรับผู้ใช้งานหลายคนที่ดีที่สุด
มีช่วงเวลาทดลองฟรีหนึ่งเดือน (ไม่มีเวอร์ชั่นฟรีอย่างเต็มรูปแบบ) และตัวเลือกในการนำเข้ารหัสผ่านค่อนข้างซับซ้อน

มันทำงานอย่างไร

1Password เป็นโปรแกรมที่ดาวน์โหลดและติดตั้งได้ง่าย สามารถดาวน์โหลดได้ทั้งบนเดสก์ท็อป (ไม่ใช่แอป) แอปมือถือเฉพาะหรือส่วนเสริมเว็บเบราว์เซอร์ เปิดการตั้งค่าไคลเอ็นต์และ 1Password จะติดตั้งในคลิกเดียว

อันดับ 7: StickyPassword – รวมพื้นฐานที่ดีที่สุด

ทำไมเราถึงชอบ

StickyPasword มีโปรแกรมจิตสำนึกเพื่อสังคม ค่าธรรมเนียมพรีเมียมส่วนหนึ่งทั้งหมดจะถูกนำไปบริจาคให้กับมูลนิธิ Manatee Club

นี่ถือว่าน่าสนใจและ StickyPassword ยังเป็นผู้จัดการรหัสทั่วไปที่ดีมากๆด้วย พวกเขามีการยืนยันไบโอเมตริกที่สมบูรณ์เช่นเดียวกับตัวเลือกพื้นที่จัดเก็บบนคลาวด์หรือบนอุปกรณ์สำหรับข้อมูลทั้งหมดของคุณ เราไม่เคยเห็นผู้จัดการรหัสผ่านใดเสนอตัวเลือกนี้มาก่อน

สิ่งที่คุณควรรู้

เราบอกว่ามันเป็นผู้จัดการรหัสผ่านที่ดี แต่ไม่เหมือนกับผู้จัดการรหัสผ่านอื่นๆ StickyPassword ไม่มีอะไรที่มากกว่านั้นจริงๆ ไม่มีกระเป๋าสตางค์ออนไลน์ ไม่มีการแบ่งปันรหัสผ่านหรือการเข้าถึงฉุกเฉิน
อันดับ 7: StickyPassword – รวมพื้นฐานที่ดีที่สุด

มันทำงานอย่างไร

ง่ายๆ เพียงซื้อสมาชิกออนไลน์ จากนั้นก็ดาวน์โหลดหรือติดตั้งแอปมือถือหรือส่วนเสริมเบราว์เซอร์ การติดตั้งในคลิกเดียวจะจัดการทุกอย่างทั้งหมด จากนั้นมันก็ถึงเวลาตั้งรหัสผ่านมาสเตอร์และนำเข้ารหัสผ่านของคุณแล้ว

อันดับ 8: Password Boss – ดีที่สุดสำหรับผู้ใช้ที่มีประสบการณ์

ทำไมเราถึงชอบ

มีฟีเจอร์อื่นๆ มากมายใน Password Boss เราไม่ค่อยแน่ใจว่าควรจะเริ่มจากจุดไหน แต่นี่เป็นตัวเลือกที่มีราคาน่าคบหา ใช้งานง่าย (แม้สำหรับผู้ที่ไม่ค่อยมีความรู้ทางด้านเทคโนโลยี) และนอกจากนี้ยังมี Dark Web Scanner สุดเจ๋งด้วย!

สิ่งที่คุณควรรู้

หากคุณต้องการบางสิ่งจากฝ่ายบริการลูกค้าของ Password Boss คุณอาจไม่ปลื้มกับตัวเลือกฝ่ายบริการลูกค้าที่นี่ ไม่มีหมายเลขโทรศัพท์หรือแชทออนไลน์และคุณสามารถส่งคำถามผ่านทางระบบตั๋วเท่านั้นและมันใช้เวลาสักพักจึงจะได้รับการตอบกลับ เราไม่คิดว่านี่จะเป็นข้อเสียที่ใหญ่โตนัก แต่มันอาจเป็นประเด็นใหญ่สำหรับลูกค้าบางคน
อันดับ 8: Password Boss – ดีที่สุดสำหรับผู้ใช้ที่มีประสบการณ์

มันทำงานอย่างไร

Password Boss มีคู่มือแนะนำเริ่มต้นอย่างรวดเร็วซึ่งให้คุณนำเข้ารหัสผ่าน (ในวิธีที่หลากหลาย) ได้ภายในคลิกเดียว เช่นเดียวกับการตั้งค่าการกรอกฟอร์มอัตโนมัติ ข้อมูลติดต่อสำหรับการเข้าถึงฉุกเฉินและแม้กระทั่งเครื่องมือสร้างรหัสผ่าน มันเป็นหนึ่งในขั้นตอนการตั้งค่าผู้จัดการรหัสผ่านที่ง่ายที่สุดที่เราเคยเห็น

อันดับ 9: TrueKey – การระมัดระวังความปลอดภัยที่ดีที่สุด

ทำไมเราถึงชอบ

ขับเคลื่อนโดย McAfee (แอนตี้ไวรัส) TrueKey เป็นผู้จัดการรหัสผ่านที่ดีที่สุดสำหรับการระมัดระวังความปลอดภัย

แผนให้บริการฟรีจะให้คุณเข้าถึงทุกฟีเจอร์ที่มี…แต่ใช้งานได้สูงสุด 15 รหัสผ่านเท่านั้น มันเป็นเหมือนกับให้ ‘ทดลอง’ มากกว่าที่จะเป็นแผนให้บริการฟรี

ฟีเจอร์ที่น่าสนใจที่แท้จริงของ TrueKey ก็คือการยืนยันตัวตนที่หลากหลายซึ่งดีที่สุดที่เราเคยเห็น ด้วยตัวเลือกมากมายที่มีให้เลือกตั้งแต่นิ้วไบโอเมตริก การจดจำใบหน้าและผสมผสานการยืนยันตัวตนของสอง (หรือสาม) วิธีการ (เช่น การจดจำใบหน้าและรหัสผ่านมาสเตอร์และทัช ID) และคุณไม่จำเป็นต้องตั้งค่ารหัสผ่านมาสเตอร์เพื่อพิสูจน์ว่าคุณมีวิธีการยืนยันอื่นๆ

อันดับ 9: TrueKey – การระมัดระวังความปลอดภัยที่ดีที่สุด

สิ่งที่คุณควรรู้

นอกจากฟีเจอร์การยืนยันที่หลากหลายแล้ว TrueKey ก็ไม่มีฟีเจอร์ขั้นสูงใดๆ เช่น ไม่มีการแบ่งปันรหัสผ่าน

มันทำงานอย่างไร

ดาวน์โหลดเวอร์ชั่นเดสก์ท็อป (Windows, Mac) ส่วนเสริมเบราว์เซอร์ (Chrome, Firefox, Edge) หรือแอปเฉพาะ (Windows, iOS, Android) ดำเนินการติดตั้งให้เสร็จสิ้นและจากนั้นก็ตั้งค่าการยืนยันตัวตนที่หลากหลาย คุณไม่จำเป็นต้องตั้งรหัสผ่านมาสเตอร์!

อันดับ 10: Zoho Vault – ดีที่สุดสำหรับผู้ใช้ Zoho ที่มีอยู่

ทำไมเราถึงชอบ

Zoho Vault เป็นส่วนเสริมของซอฟต์แวร์ Zoho Business Suite ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่เจ้าของธุรกิจและธุรกิจขนาดเล็ก มันผสานรวมได้ดีกับซอฟต์แวร์ของพวกเขาซึ่งมอบโซลูชั่นแบบครบวงจรให้กับธุรกิจหรือทีมงานโดยเพิ่มชั้นการป้องกันเสริม

มันมีให้บริการในรูปแบบส่วนเสริมเบราว์เซอร์ Chrome, Safari และ Firefox เช่นเดียวกับแอปสำหรับ iOs และ Android มีเวอร์ชั่นฟรีสำหรับการใช้งานส่วนตัว แต่ Zoho มีแผนให้บริการพรีเมียมที่โดดเด่นมากๆ ที่ให้ผู้ใช้จำนวนมากแบ่งปันรหัสผ่านได้อย่างปลอดภัย พื้นที่จัดเก็บข้อมูลออนไลน์ที่ปลอดภัยและการใช้งานสำหรับหลายอุปกรณ์

อันดับ 10: Zoho Vault – ดีที่สุดสำหรับผู้ใช้ Zoho ที่มีอยู่

สิ่งที่คุณควรรู้

แดชบอร์ดค่อนข้างใช้งานยากสำหรับผู้ใช้งานส่วนบุคคล (ที่ไม่มีสินค้า Zoho อื่นๆ) นอกจากนี้ยังไม่มีการรองรับกระเป่าสตางค์ออนไลน์ซึ่งไม่เหมือนการผู้จัดการรหัสผ่านอื่นๆ สิ่งที่ Zoho Vault ทำได้ดีคือเครื่องมือสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและทีมงาน แต่สำหรับผู้ใช้ส่วนบุคคล Zoho Vault อาจเป็นตัวเลือกที่มากเกินไปเล็กน้อย

มันทำงานอย่างไร

เริ่มต้นใช้งานง่าย แค่สมัครสมาชิก Zoho Vault ออนไลน์และจากนั้นก็ดาวน์โหลดส่วนเสริมเบราว์เซอร์หรือแอปเฉพาะ คุณจะถูกนำไปยังตู้นิรภัยออนไลน์โดยตรง แต่ส่วนเสริมเบราว์เซอร์และแอปจะต้องดาวน์โหลดแยกต่างหาก

# ผู้ให้บริการ ช่วงราคา คะแนน
1฿60 - ฿160 / ปี5.0
เยี่ยมชมเว็บไซต์อ่านรีวิว
2฿160 - ฿310 / ปี4.5
เยี่ยมชมเว็บไซต์อ่านรีวิว
3฿910 / ปี4.2
เยี่ยมชมเว็บไซต์อ่านรีวิว
4฿100 - ฿130 / ปี4.0
เยี่ยมชมเว็บไซต์อ่านรีวิว
5฿100 - ฿250 / ปี4.0
เยี่ยมชมเว็บไซต์อ่านรีวิว
6฿80 - ฿130 / ปี3.8
เยี่ยมชมเว็บไซต์อ่านรีวิว
7฿70 - ฿130 / ปี3.5
เยี่ยมชมเว็บไซต์อ่านรีวิว
8฿370 / ปี3.2
เยี่ยมชมเว็บไซต์อ่านรีวิว
9฿610 / ปี3.1
เยี่ยมชมเว็บไซต์อ่านรีวิว
10฿110 - ฿200 / ปี3.0
เยี่ยมชมเว็บไซต์อ่านรีวิว
ความโปร่งใสและความไว้วางใจ – เรามีความภูมิใจในการเป็นเว็บไซต์เดียวที่ผู้ใช้สามารถมีส่วนร่วมและแบ่งปันรีวิวของพวกเขาเกี่ยวกับแอนตี้ไวรัสกับสมาชิกชุมชนอื่นๆ ได้อย่างอิสระ เมื่อคุณเยี่ยมชมเว็บไซต์แอนตี้ไวรัสที่เราเชื่อมโยงไว้ให้ บางครั้งเราจะได้รับค่าคอมมิชชั่นในการแนะนำเพื่อสนับสนุนการทำงานของเรา อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการทำงานของเรา