5 VPN ฟรี ที่ดีที่สุดในปี 2026: เร็วและปลอดภัย 100%

เอริค โกลด์สไตน์
เอริค โกลด์สไตน์ หัวหน้าบรรณาธิการ
อัพเดท: 9 เมษายน 2026
ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย คาทาริน่า กลาโมสลิยา
เอริค โกลด์สไตน์ เอริค โกลด์สไตน์ หัวหน้าบรรณาธิการ
อัพเดท: 9 เมษายน 2026
ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย คาทาริน่า กลาโมสลิยา
ไม่ค่อยมีเวลาใช่ไหม? นี่คือ VPN ซึ่งไม่มีความเสี่ยง ที่ดีที่สุดปี 2026:
  • 🥇 ExpressVPN : ถึงแม้ว่ามันจะไม่ฟรี แต่มันก็เป็น VPN Mac ที่เราชื่นชอบในปี 2026 และมันก็มาพร้อมกับการรับประกันคืนเงินภายใน 30 วันสำหรับผู้ใช้งานครั้งแรก ดังนั้นคุณจึงสามารถทดลองใช้งานได้อย่างไม่มีความเสี่ยง นอกจากนี้แล้วมันก็ยังมีความปลอดภัยดีเลิศ ความเร็วที่หาใครเทียบไม่ได้ และก็ยังสามารถใช้งานได้อย่างสม่ำเสมอกับเว็บไซต์สตรีมมิ่งอย่าง Netflix, Max, BBC iPlayer และอื่น ๆ อีกด้วย

เราไม่ค่อยชื่นชอบ VPN ฟรี สักเท่าไร เนื่องจากส่วนใหญ่แล้วมันจะมีข้อเสียที่ร้ายแรง อย่างแย่ที่สุดเลย VPN ฟรี นั้นก็จะมีความอันตราย มันอาจจะมีมัลแวร์อยู่ หรืออาจจะนำข้อมูลส่วนตัวของคุณไปขาย อย่างดีที่สุด VPN ฟรี นั้นก็จะถูกจำกัดมากเกินไป อาจจะมีข้อมูลให้ใช้งานน้อย จำกัดการเข้าถึงฟีเจอร์สำคัญ หรืออาจจะจำกัดความเร็ว

แต่ถ้าคุณต้องการ VPN ฟรี อย่างเดียวจริง ๆ เราก็คัดสรรตัวที่ดีที่สุดมาให้แล้ว เราได้ทดสอบทั้ง VPN ที่มีชื่อเสียงและ VPN ที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก จากนั้นเราก็เลือกมาเฉพาะตัวที่ปลอดภัยและไม่สอดแนมหรือบันทึกข้อมูลการท่องเว็บของคุณ นอกจากนี้มันยังมีความเร็วที่ดีมากสำหรับทุกกิจกรรมออนไลน์ รวมถึงมีฟีเจอร์เสริม “พิเศษ” และก็เป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน

เรายังแนะนำให้เลือกใช้ VPN พรีเมียมมากกว่า VPN ที่ดีที่สุด (เช่น ExpressVPN ตัวเลือกอันดับหนึ่งของเรา) นั้นจะมีประโยชน์มากมาย ซึ่งรวมถึงฟีเจอร์ความปลอดภัยขั้นสูง ข้อมูลที่ไม่จำกัด การเชื่อมต่อหลายการเชื่อมต่อพร้อมกัน รองรับการสตรีมมิ่ง และอีกมากมาย ทั้งหมดนี้โดยมีค่าใช้จ่ายในราคาไม่แพงต่อเดือน หมายเหตุจากบรรณาธิการ: ExpressVPN และเว็บไซต์นี้อยู่ในกลุ่มบริษัทที่มีเจ้าของเดียวกัน

ทดลองใช้ EXPRESSVPN เลย (30 วันไม่มีความเสี่ยง)

สรุปโดยย่อเกี่ยวกับ VPN ฟรี ที่ดีที่สุดในปี 2026:

ตัวเลือกของบรรณาธิการ
ExpressVPN
VPN แบบจ่ายเงินที่ดีที่สุดในปี 2026 มีความปลอดภัยชั้นหนึ่ง, ความเร็วสูงมาก ๆ และแอปที่ใช้งานง่าย
ผู้อ่านส่วนใหญ่ของเราเลือก ExpressVPN
Proton VPN
VPN ฟรีที่ดีที่สุดซึ่งมีข้อมูลให้ใช้ได้ไม่จำกัดและมีความเร็วสูงมาก ๆ แต่เชื่อมต่อได้แค่ 1 อุปกรณ์
hide.me
VPN ฟรี คุณภาพดีที่มีข้อมูลให้ใช้ได้ไม่จำกัด และมีเซิร์ฟเวอร์ฟรีหลายแห่ง (แต่จำกัดความเร็ว)
Hotspot Shield
VPN ฟรี คุณภาพดีที่เหมาะสำหรับใช้ท่องเว็บแต่จะมีโฆษณา + ไม่รองรับการสตรีมมิ่งและการโหลดบิท
Windscribe
VPN ฟรี ที่ใช้ได้และรองรับการสตรีมมิ่งได้ดี แต่คุณจะใช้ข้อมูลได้สูงสุดเพียง 10 GB

อัปเดต เมษายน ค.ศ. 2025: ในอัปเดตนี้ ได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงของทั้งบทความและปรับปรุงหัวข้อความเสี่ยงของการใช้ VPN ฟรี และ VPN ฟรี vs. VPN จ่ายเงิน พวกเราได้เพิ่มตารางข้อดีข้อเสียไปยังรีวิวย่อยแต่ละรายการ พร้อมคำอธิบายว่าทำไมพวกเราจึงไม่แนะนำ 1VPN และ Urban VPN


🥇1. ExpressVPN — VPN ที่ดีที่สุดโดยรวมในปี 2026

รายการโปรดของผู้เชี่ยวชาญและผู้อ่าน
แพลนระดับพรีเมียม
ข้อมูลจำกัด
ไม่จำกัด
เซิร์ฟเวอร์ในประเทศ
105
รองรับการสตรีมมิ่ง
รองรับ P2P
จำนวนอุปกรณ์
14
การรับประกันคืนเงิน
30 วัน (ผู้ใช้งานครั้งแรก)
ราคาเริ่มต้น
US$2.79 / เดือน
การสั่งซื้อ 2 ปี: US$2.79 / เดือน
แผน 12 เดือน: US$3.99 / เดือน
แผน 1 เดือน: US$12.99 / เดือน
20,748 รีวิวระดับ 5 ดาว Trustpilot
20,748 รีวิวระดับ 5 ดาว Trustpilot
expressvpn.com
หมายเหตุจากบรรณาธิการ: ExpressVPN และเว็บไซต์นี้อยู่ในกลุ่มบริษัทที่มีเจ้าของเดียวกัน

ExpressVPN นั้นไม่ฟรี แต่มันเป็น VPN ที่ดีที่สุดและก็มีการรับประกันคืนเงินสำหรับทุกคำสั่งซื้อเป็นเวลา 30 วัน — ดังนั้นคุณจะสามารถทดลองใช้งานมันได้ และก็สามารถขอคืนเงินเต็มจำนวนได้ถ้าคุณไม่พอใจในบริการ

ข้อดี
  • ข้อมูลไม่จำกัด
  • ความเร็วสูงมาก
  • เครือข่ายเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่
  • ใช้งานได้กับเว็บไซต์สตรีมมิ่ง 100+ เว็บ
  • แอปมีภาษาไทย
ข้อเสีย
  • ไม่มีแผนที่ฟรีแบบ 100%

อย่างไรก็ตาม คุณลองใช้ดูไม่นานคุณเองก็คงจะรู้แล้วว่าทำไม ExpressVPN ถึงเป็น VPN ที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรมนี้

เมื่อพูดถึงความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวแล้ว ExpressVPN นั้นจะมีนโยบายการไม่บันทึกข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว (ไม่เหมือนกับ VPN ฟรี บางตัวในรายการนี้) มีตัวบล็อกโฆษณา ตัวติดตาม และเว็บไซต์อันตรายที่ดีเยี่ยม (VPN ฟรี ส่วนใหญ่นั้นมักจะไม่มีฟีเจอร์นี้ หรือไม่ก็จะจำกัดไม่ให้ใช้งานมันได้) และก็มีเครื่องมือจัดการรหัสผ่านที่มีความปลอดภัยซึ่งสามารถใช้งานได้ฟรีจากการสมัครสมาชิก (จาก VPN ฟรี ทั้งหมดในรายการนี้ จะมีเฉพาะ ProtonVPN เท่านั้น ที่จะเปิดให้คุณเข้าถึงเครื่องมือจัดการรหัสผ่านได้)

🥇1. ExpressVPN — VPN ที่ดีที่สุดโดยรวมในปี 2026

ถ้าคุณชอบสตรีมมิ่งดูหนังและรายการทีวี คุณก็จะต้องชอบ ExpressVPN อย่างแน่นอน มันสามารถใช้งานได้กับแอปสตรีมมิ่งยอดนิยมทั้งหมด ซึ่งรวมถึง Netflix, Amazon Prime, Disney+ และ Apple TV+ รวมถึงบริการสตรีมมิ่งอื่น ๆ อีกกว่า 100+ บริการ VPN ฟรี ในรายการนี้ที่รองรับการสตรีมมิ่งจะมีเฉพาะ Windscribe และ TunnelBear แต่ทั้งสองตัวนี้ต่างก็มีการจำกัดข้อมูลรายเดือน — ดังนั้นคุณจะไม่สามารถดูรายการและภาพยนตร์ที่คุณชื่นชอบติดต่อกันได้อย่างไม่จำกัด

ในการทดสอบความเร็วของเรา ExpressVPN นั้นแสดงผลลัพธ์ที่น่าประทับใจมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้โปรโตคอล Lightway ที่พัฒนาขึ้นเอง: เว็บไซต์จะโหลดเสร็จในทันที วิดีโอจะเริ่มเล่นในทันที เราสามารถโหลดไฟล์ 20 GB เสร็จภายในเวลา 13 นาที และตอนที่เล่นเกมก็ไม่มีอาการแลคเลยสักนิด VPN ฟรี ส่วนใหญ่ที่เราแนะนำนั้นจะมีความเร็วสูงบนเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ใกล้เคียง แต่แทบจะทุกตัว (ยกเว้น TunnelBear) ต่างก็จะเปิดให้คุณเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ได้แค่ไม่กี่แห่ง ดังนั้นถ้าคุณไม่ได้อยู่ใกล้ตำแหน่งเหล่านั้น ความเร็วของคุณก็จะช้ากว่ามาก

🥇1. ExpressVPN — VPN ที่ดีที่สุดโดยรวมในปี 2026

ExpressVPN นั้นยังรองรับการโหลดบิทได้ดีเยี่ยม มันเปิดให้ทำการแชร์ไฟล์แบบ P2P ได้บนทุกเซิร์ฟเวอร์ (VPN ฟรี ชั้นนำอย่าง ProtonVPN จะไม่รองรับการโหลดบิท) และมันก็มาพร้อมกับแอปเราเตอร์แบบเนทีฟ ดังนั้นอุปกรณ์ทั้งหมดที่เชื่อมต่อกับเราเตอร์ของคุณก็จะได้รับการป้องกันด้วย มันจะต่างจาก Proton VPN, Hotspot Shield และ hide.me ซึ่งต่างก็อนุญาตให้เชื่อมต่อได้แค่ 1 การเชื่อมต่อในแพลนระดับฟรี ExpressVPN เปิดให้เชื่อมต่อพร้อมกันได้ถึง 8 การเชื่อมต่อ

นอกจากนี้มันก็ยังมีฝ่ายให้บริการลูกค้าที่ดีมาก มันมีไลฟ์แชท 24/7 สำหรับ ทั้งสมาชิกที่จ่ายเงินและผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก ต่างจาก VPN ฟรี รายอื่น ๆ ยกตัวอย่างเช่น Proton VPN จะจำกัดการบริการทางไลฟ์แชทไว้ให้สำหรับผู้ใช้งานพรีเมียมเท่านั้น นอกจากนี้ก็ยังมี คู่มือสำหรับใช้แก้ปัญหา, คำถามที่พบบ่อย และวิธีการตั้งค่า รวมถึงมีภาพหน้าจอประกอบให้ดูได้มากมาย

ExpressVPN: ประหยัด 78% สำหรับ การสั่งซื้อ 2 ปี!
รับส่วนลด 78% สำหรับการสั่งซื้อแบบ 2 ปี

สรุป:

ExpressVPN นั้นมีความคุ้มค่ามากที่สุดเมื่อเทียบกับ VPN ทุกตัวที่เปิดให้บริการในปี 2026 คุณจะหา VPN ที่เร็วและปลอดภัยไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว นอกจากนี้มันยังใช้งานได้กับเว็บไซต์สตรีมมิ่งที่หลากหลาย รองรับการโหลดบิท และก็มีแอปกับฟีเจอร์ที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน

อ่านรีวิวฉบับเต็มเกี่ยวกับ ExpressVPN ได้ที่นี่

🥈2. Proton VPN — แผนฟรีที่ยอดเยี่ยม ไม่จำกัดข้อมูล + ความเร็วสูง

แพลนระดับฟรี
แพลนระดับพรีเมียม
ข้อมูลจำกัด
ไม่จำกัด
ไม่จำกัด
เซิร์ฟเวอร์ในประเทศ
10
127
รองรับการสตรีมมิ่ง
จำกัด
Proton บอกว่ามันไม่รองรับการสตรีมมิ่งในแพลนระดับฟรี แต่บริการสตรีมมิ่งบางรายการนั้นสามารถใช้งานได้
รองรับ P2P
จำนวนอุปกรณ์
1
10
การรับประกันคืนเงิน
N/A
30 วัน
ตามสัดส่วน
ราคาเริ่มต้น
N/A
US$2.99 / เดือน
แผน 24 เดือน: US$2.99 / เดือน
แผน 12 เดือน: US$3.99 / เดือน
แผน 1 เดือน: US$9.99 / เดือน
163 รีวิวระดับ 5 ดาว Trustpilot
163 รีวิวระดับ 5 ดาว Trustpilot
protonvpn.com

แผนระดับฟรีของ Proton VPN นั้นจะมาพร้อมกับ ข้อมูลที่ไม่จำกัดและความเร็วที่ดีมาก ๆ — แถมไม่มีโฆษณาอีกด้วย! นี่เป็นสิ่งที่น่าประทับใจมาก ๆ เพราะว่า VPN ส่วนใหญ่นั้นจะมีการจำกัดข้อมูลหรือจำกัดแบนด์วิดท์สำหรับผู้ใช้งานฟรี — Windscribe และ TunnelBear มีการจำกัดรายเดือนสำหรับแผนระดับฟรี และ Hotspot Shield ก็บังคับให้คุณต้องดูโฆษณาที่น่ารำคาญทุก ๆ 15 นาทีบนมือถือ

ข้อดี
  • ไม่จำกัดข้อมูลในแผนระดับฟรี
  • ไม่จำกัดความเร็ว
  • ไม่มีโฆษณา
  • แผนระดับฟรีรองรับเราเตอร์
ข้อเสีย
  • เลือกตำแหน่งเซิร์ฟเวอร์ไม่ได้
  • ส่วนเสริมส่วนใหญ่นั้นต้องจ่ายเงินถึงใช้ได้

เมื่อพูดถึงเรื่องความเร็วแล้ว — จากการทดสอบของเรา เว็บไซต์ส่วนใหญ่ก็โหลดเสร็จในทันที วิดีโอความชัดระดับ HD ใช้เวาล 1-2 วินาที และวิดีโอความชัดระดับ 4K ก็เริ่มเล่นหลังจากที่ผ่านไป 3-4 วินาที และก็มีการบัฟเฟอร์เพียงเล็กน้อยเท่านั้นตอนที่เริ่มวิดีโอ Proton VPN นั้นมีฟีเจอร์เพิ่มความให้ใช้ด้วยชื่อว่า VPN Accelerator แต่คุณจะสามารถเข้าถึงมันได้เฉพาะในเวอร์ชันแบบจ่ายเงิน

เราชอบมาก ๆ ที่แอปของ Proton VPN นั้นเป็นแบบโอเพนซอร์ซทั้งหมด ซึ่งหมายความว่าใครก็สามารถเข้าไปตรวจสอบซอร์สโค้ดเพื่อดูช่องโหว่ด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวได้ และนโยบายการไม่บันทึกข้อมูลของมันก็ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยอย่างอิสระมาแล้ว

🥈2. Proton VPN — แผนฟรีที่ยอดเยี่ยม ไม่จำกัดข้อมูล + ความเร็วสูง

แพลนระดับฟรีของผู้ให้บริการนั้นมีเซิร์ฟเวอร์ให้ใช้งานได้ใน 5 ประเทศ — สหรัฐอเมริกา, เนเธอร์แลนด์, ญี่ปุ่น, โรมาเนีย และโปแลนด์ ข้อเสียเดียวก็คือคุณจะไม่สามารถเลือกตำแหน่งได้ ทาง Proton VPN จะเชื่อมต่อคุณไปยังเซิร์ฟเวอร์ที่เร็วที่สุดโดยอัตโนมัติ (และถ้ามันเป็นเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ห่างไกล มันก็จะส่งผลกระทบต่อความเร็วของคุณด้วย) นอกจากข้อเสียเล็กน้อยนี่ เราก็ไม่มีเรื่องที่อยากจะติแอปของ Proton VPN เรื่องอื่นแล้ว มันดูเนี้ยบและก็ใช้งานง่ายมาก

🥈2. Proton VPN — แผนฟรีที่ยอดเยี่ยม ไม่จำกัดข้อมูล + ความเร็วสูง

แต่แพลนระดับฟรีของผู้ให้บริการรายนี้ก็มีข้อเสียอยู่เหมือนกัน มันไม่รองรับการโหลดบิท และมันก็จำกัดให้คุณใช้ได้แค่ 1 อุปกรณ์ (แต่คุณก็สามารถหลีกเลี่ยงเรื่องนี้ได้ที่บ้านของคุณด้วยการติดตั้ง VPN บนเราเตอร์)

ถึงแม้ Proton VPN จะบอกว่าแพลนระดับฟรีนั้นไม่รองรับการสตรีมมิ่ง แต่เราก็ยังสามารถดูเนื้อหาจากบริการสตรีมมิ่งได้อยู่ แต่ก็ไม่เสถียรซะทีเดียว — ยกตัวอย่างเช่น Netflix กับ Amazon Prime จะดูได้เป็นครั้งคราว นอกจากนี้มันยังไม่มีสิ่งเหล่านี้ให้ใช้: ตัวบล็อกโฆษณา (NetShield), split-tunneling, port forwarding, เซิร์ฟเวอร์ Secure Core ซึ่งจะเปลี่ยนเส้นทางทราฟฟิคของคุณผ่าน 2 เซิร์ฟเวอร์ แทนที่จะผ่าน 1 เซิร์ฟเวอร์ รวมถึงไม่เปิดให้เข้าถึงไลฟ์แชทด้วย

การอัปเกรดไปใช้แพลนแบบจ่ายเงิน (ที่ชื่อว่า Plus) จะเพิ่มข้อดีต่าง ๆ อาทิเช่น เซิร์ฟเวอร์ใน 148 ประเทศ, รองรับบริการสตรีมมิ่งได้ถึง 90+ บริการ, สิทธิ์การเข้าถึงบริการช่วยเหลือทางไลฟ์แชท, เซิร์ฟเวอร์ P2P ใน 148 ประเทศ และ 10 การเชื่อมต่อ ถึงจะเป็นเช่นนั้น แต่ ExpressVPN ก็คุ้มค่ากว่ามาก ๆ เพราะว่ามันสามารถใช้งานกับบริการสตรีมมิ่งได้มากกว่า และก็รองรับ P2P ได้ดีกว่า

Proton VPN: ประหยัด 70% สำหรับ แผน 24 เดือน!
ส่วนลด 70% แผน 24 เดือน!

สรุป:

Proton VPN นั้นเป็น VPN รายเดียวที่มีแผนระดับฟรีซึ่งเปิดให้ใช้งานข้อมูลได้ไม่จำกัด นอกจากนี้มันยังเปิดให้เข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ใน 5 ประเทศ (สหรัฐอเมริกา, เนเธอร์แลนด์, ญี่ปุ่น, โรมาเนีย และ โปแลนด์), มีฟีเจอร์ความเป็นส่วนตัวที่แข็งแกร่ง และก็มีความเร็วสูงมากสำหรับ VPN ฟรี เวอร์ชันแบบจ่ายเงินนั้นจะเพิ่มเซิร์ฟเวอร์มากขึ้น, รองรับการสตรีมมิ่งกับ P2P และส่วนเสริมอย่างตัวบล็อกโฆษณาและการแยกอุโมงค์

อ่านรีวิวฉบับเต็มเกี่ยวกับ Proton VPN ได้ที่นี่

🥉3. hide.me — VPN ฟรี คุณภาพดีที่มีตำแหน่งเซิร์ฟเวอร์ฟรีให้เลือกใช้ได้มากมาย

แพลนระดับฟรี
แพลนระดับพรีเมียม
ข้อมูลจำกัด
ไม่จำกัด
ไม่จำกัด
เซิร์ฟเวอร์ในประเทศ
7
58
รองรับการสตรีมมิ่ง
รองรับ P2P
จำนวนอุปกรณ์
1
10
การรับประกันคืนเงิน
N/A
30 วัน
ราคาเริ่มต้น
N/A
US$2.69 / เดือน
แผน 24 เดือน: US$2.69 / เดือน
แผน 12 เดือน: US$4.58 / เดือน
แผน 1 เดือน: US$11.99 / เดือน
881 รีวิวระดับ 5 ดาว Trustpilot
881 รีวิวระดับ 5 ดาว Trustpilot
hide.me

แพลนระดับฟรีของ hide.me’s นั้นเปิดให้ใช้งานแบนด์วิดท์ได้ไม่จำกัด และก็เปิดให้คุณเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ฟรีได้ใน 7 ประเทศ — ซึ่งรวมถึงสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส แคนาดา สิงคโปร์ สเปน เยอรมนี เนื่องจากมันมีตำแหน่งเซิร์ฟเวอร์ฟรีเป็นจำนวนมาก มันจึงช่วยให้คุณสามารถเชื่อมต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ใกล้เคียงเพื่อให้ได้ความเร็วที่สูงได้ เรายังชอบมากด้วยที่ใช้แพลนระดับฟรีได้โดยไม่ต้องมีบัญชี ดังนั้นคุณจะสามารถใช้มันได้โดยไม่ต้องแบ่งปันอีเมลของคุณ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมากสำหรับความเป็นส่วนตัว

ข้อดี
  • ไม่จำกัดข้อมูล
  • ไม่ต้องมีบัญชี
  • มีการแยกอุโมงค์
ข้อเสีย
  • จำกัดความเร็ว
  • ไม่รองรับเราเตอร์

เราได้ทำการทดสอบความเร็วบนเซิร์ฟเวอร์ใน 4 ประเทศ และเว็บไซต์ส่วนใหญ่ที่เราเข้าถึงก็มักจะโหลดเสร็จในทันที — ยิ่งไปกว่านั้น ตอนที่เราดูวิดีโอความชัดระดับ HD บน Youtube มันก็ใช้เวลา 2 วินาทีเท่านั้นก่อนที่จะโหลดเสร็จและก็ไม่มีการบัฟเฟอร์เลยระหว่างที่เรากดดูแบบข้าม ๆ Hide.me บอกว่ามันจะจำกัดความเร็วสำหรับแพลนระดับฟรี แต่จริง ๆ แล้ว มันก็ช้ากว่า Proton เพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง แถมแพลนระดับฟรีนั้นยังมีการแยกอุโมงค์ ซึ่งจะทำให้คุณสามารถเพิ่มความเร็ว VPN ของคุณได้อีกด้วย

🥉3. hide.me — VPN ฟรี คุณภาพดีที่มีตำแหน่งเซิร์ฟเวอร์ฟรีให้เลือกใช้ได้มากมาย

แอปของ hide.me นั้นเป็นมิตรต่อผู้ใช้งานเริ่มต้น อินเทอร์เฟซใช้งานง่าย การตั้งค่าทั้งหมดมีคำอธิบายสั้น ๆ ประกอบ (เหมาะสำหรับผู้ใช้งานใหม่) และค่าปิงก็จะถูกแสดงเอาไว้สำหรับตำแหน่งเซิร์ฟเวอร์ฟรีแต่ละแห่ง (เพื่อช่วยให้คุณได้รับความเร็วที่สูงที่สุด) ถึงจะเป็นเช่นนั้นแต่เราก็ต้องบอกว่าดีไซน์ของแอปดูค่อนข้างล้าสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับแอปของ Proton VPN และคุณก็ไม่สามารถติดตั้ง VPN บนเราเตอร์ได้ด้วย ยกเว้นว่าคุณจะอัปเกรด ดังนั้นจึงไม่มีวิธีให้คุณเพิ่มจำนวนการเชื่อมต่อในบ้านของคุณได้

เรายังชอบมากที่ผู้ใช้งานฟรีสามารถเข้าถึงบริการไลฟ์แชท 24/7 ได้ในภาษาไทย — นี่เป็นสิ่งที่สะดวกมาก ๆ เนื่องจาก VPN ฟรี ส่วนใหญ่จะจำกัดให้คุณได้แค่อ่านคลังข้อมูลหรือติดต่อทางอีเมลเท่านั้น ตัวแทนไลฟ์แชทของผู้ให้บริการนั้นตอบเร็วมาก และก็ให้คำตอบที่มีประโยชน์

🥉3. hide.me — VPN ฟรี คุณภาพดีที่มีตำแหน่งเซิร์ฟเวอร์ฟรีให้เลือกใช้ได้มากมาย

hide.me เวอร์ชันจ่ายเงินเปิดให้ใช้งานได้ 10 การเชื่อมต่อ และก็เพิ่มการรองรับการสตรีมมิ่งที่ดีเยี่ยม เนื่องจากมันใช้งานกับแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง Netflix และ Amazon Prime ได้ มันยังเปิดให้เข้าถึงเครือข่ายเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดของผู้ให้บริการ ซึ่งก็มีถึง 2,600+ เซิร์ฟเวอร์ใน 91 ประเทศ และคุณจะสามารถเข้าถึงการรองรับ P2P ที่ดีเยี่ยม รวมถึง port forwarding ซึ่งจะทำให้คุณเพิ่มความเร็วในการโหลดบิทได้ด้วยการเชื่อมต่อไปยัง peer ในจำนวนที่มากยิ่งขึ้น

สรุป:

hide.me นั้นเปิดให้คุณเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ฟรีได้ใน 7 ประเทศ นอกจากนี้ เซิร์ฟเวอร์ฟรีของมันจะจำกัดความเร็ว แต่มันก็รักษาความเร็วได้ดี ซึ่งคุณก็สามารถเพิ่มความเร็วได้อีกด้วยการแยกอุโมงค์ และผู้ใช้งานฟรีนั้นจะสามารถเข้าถึงไลฟ์แชท 24/7 ได้ด้วย เวอร์ชันแบบจ่ายเงินนั้นจะเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดได้ รวมถึงรองรับการสตรีมมิ่งและ P2P

อ่านรีวิวฉบับเต็มเกี่ยวกับ hide.me ได้ที่นี่

4. Hotspot Shield — เหมาะสำหรับการใช้งานที่ปลอดภัย

แพลนระดับฟรี
แพลนระดับพรีเมียม
ข้อมูลจำกัด
ไม่จำกัด
ไม่จำกัด
เซิร์ฟเวอร์ในประเทศ
3
80
รองรับการสตรีมมิ่ง
รองรับ P2P
จำนวนอุปกรณ์
1
10
การรับประกันคืนเงิน
N/A
45 วัน
+ ทดลองใช้งานฟรี 7 วัน
ราคาเริ่มต้น
N/A
US$7.99 / เดือน
แผน 12 เดือน: US$7.99 / เดือน
แผน 1 เดือน: US$12.99 / เดือน
613 รีวิวระดับ 5 ดาว Trustpilot
613 รีวิวระดับ 5 ดาว Trustpilot
hotspotshield.com

แพลนระดับฟรีของ Hotspot Shield นั้นมีข้อมูลไม่จำกัด และก็เหมาะสำหรับใช้ท่องเว็บ (เนื่องจากมันจะไม่จำกัดว่าคุณจะเข้าถึงเว็บสักกี่เว็บหรือวิดีโอสักกี่วิดีโอ) นอกจากนี้ คุณยังไม่ต้องสร้างบัญชีเพื่อที่จะใช้งานมันด้วย

ข้อดี
  • ข้อมูลไม่จำกัด
  • แอปใช้งานง่ายมาก ๆ
  • โปรโตคอล Hydra ที่เร็ว
ข้อเสีย
  • มีโฆษณาบนมือถือ
  • เก็บที่อยู่ IP บนมือถือ

แพลนระดับฟรีนั้นไม่ได้ทำให้ความเร็วตกลงมากจนเกินไปตอนที่เราใช้ — โปรโตคอล Hydra ที่พัฒนาขึ้นเองนั้นจะมีความเร็วที่ดีเยี่ยม ในขณะที่รักษาความปลอดภัยได้ดีมาก ๆ จากการทดสอบของเรา เว็บไซต์ต่าง ๆ ใช้เวลา 2–3 วินาทีในการโหลด และเราก็สามารถดูวิดีโอบน Youtube ในความชัดระดับมาตรฐานได้อย่างไม่มีการบัฟเฟอร์ ถึงจะเป็นเช่นนั้น แต่มันก็จะจำกัดให้คุณใช้งานได้เพียง 2 Mbps (เราชอบ VPN ฟรี ที่ไม่จำกัดความเร็วในแพลนระดับฟรีมากกว่า อย่างเช่น Proton VPN)

4. Hotspot Shield — เหมาะสำหรับการใช้งานที่ปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม มันจะเก็บที่อยู่ IP ของคุณเพื่อนำไปแสดงโฆษณาถ้าคุณใช้แอปของอุปกรณ์เคลื่อนที่ โฆษณาสามารถสร้างความรำคาญใจได้เป็นอย่างสูง เนื่องจากคุณจะต้องดูโฆษณา 30 วินาที ในทุก ๆ 15 นาที เพื่อที่จะใช้ VPN ถ้านี่เป็นเรื่องใหญ่สำหรับคุณก็ขอแนะนำให้ใช้แอปเดสก์ท็อปแทน เนื่องจากมันจะไม่มีปัญหานี้ ถ้าคุณแค่ต้องการใช้ VPN ฟรี บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ ก็ให้ลองใช้ Proton VPN หรือ hide.me แทน เนื่องจากมันแพลนระดับฟรีของมันจะไม่มีโฆษณา (และไม่บันทึก IP ของผู้ใช้งาน)

แต่แผนบริการฟรีให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ได้ใน 3 ประเทศเท่านั้น ได้แก่: อเมริกา อังกฤษและสิงคโปร์ ถึงแม้ว่าจะมีตัวเลือกเซิร์ฟเวอร์ไม่มาก แต่ผู้ใช้ในทวีปอเมริกาเหนือ ยุโรปและเอเชียก็มีเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ใกล้พวกเขาให้เชื่อมต่อ ฉันชอบ 2 ตัวเลือกเซิร์ฟเวอร์ในอเมริกาเป็นอย่างมาก (นิวยอร์คและลอสแองเจลิส) เพราะผู้ใช้ในฝั่งตะวันตกและออกมีตัวเลือกเซิร์ฟเวอร์ที่ใกล้เคียงให้ใช้งาน Hotspot Shield เปิดให้เชื่อมต่อได้เพียงแค่ 1 การเชื่อมต่อ และก็ไม่มีการรองรับเราเตอร์

Hotspot Shield

น่าเสียดายที่เราไม่ค่อยประทับใจกับฝ่ายให้บริการลูกค้าของมันสักเท่าไร แพลนระดับฟรีนั้นจะไม่ได้เปิดให้คุณเข้าถึงการบริการของมนุษย์จริง ๆ ได้ คุณจะสามารถเข้าถึงได้เฉพาะฐานข้อมูลสำหรับแก้ปัญหาทางออนไลน์ ถ้าเป็น hide.me จะเปิดให้ผู้ใช้งานฟรีสามารถเข้าถึงไลฟ์แชท 24/7 ได้เลย

เราชอบที่มันมีให้ทดลองใช้ฟรี 7 วันด้วย มี VPN น้อยรายมาก ๆ ที่จะมีให้ลองแบบนี้ อย่างไรก็ตาม คุณต้องกรอกข้อมูลบัตรเครดิตของคุณ ดังนั้นถ้าคุณไม่ยกเลิกภายใน 7 วัน คุณก็จะถูกหักเงินโดยอัตโนมัติ ถึงจะเป็นเช่นนั้น คุณก็สามารถใช้ประโยชน์จากการรับประกันคืนเงินภายใน 45 วันเพื่อขอคืนเงินได้ถ้าคุณลืมยกเลิกก่อนที่จะหมดช่วงเวลาทดลองใช้ฟรี

แพลนระดับพรีเมียมของ Hotspot Shield ทั้งหมดจะนำเอาการบันทึก IP ออก, เพิ่มการเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมด, รองรับการสตรีมมิ่ง และใช้งานได้พร้อมกับ 10 อุปกรณ์

สรุป:

แผนระดับฟรีของ Hotspot Shield นั้นเหมาะมากสำหรับใช้ท่องเว็บ เนื่องจากมันมีข้อมูลให้ใช้งานได้ไม่จำกัดและก็มีความเร็วสูง แต่มันจะจำกัดให้คุณใช้งานเซิร์ฟเวอร์ได้แค่ 3 ประเทศ และ 1 อุปกรณ์ และมันก็จะบันทึกข้อมูลที่อยู่ IP ของคุณ พร้อมทั้งแสดงโฆษณาบนมือถือด้วย เวอร์ชันแบบจ่ายเงินนั้นมีราคาไม่แพง และก็จะนำการบันทึก IP และโฆษณาออกจากแอปบนมือถือ

อ่านรีวิวฉบับเต็มเกี่ยวกับ Hotspot Shield ได้ที่นี่

5. Windscribe — VPN ฟรี ดีใช้ได้สำหรับสตรีมมิ่ง

แพลนระดับฟรี
แพลนระดับพรีเมียม
ข้อมูลจำกัด
สูงสุด 15 GB
ไม่จำกัด
เซิร์ฟเวอร์ในประเทศ
10
69
รองรับการสตรีมมิ่ง
รองรับ P2P
จำนวนอุปกรณ์
ไม่จำกัด
ไม่จำกัด
การรับประกันคืนเงิน
N/A
7 วัน
เฉพาะในขณะที่การใช้งานของคุณน้อยกว่า 10 GB
ราคาเริ่มต้น
N/A
US$3.00 / เดือน
แผน 12 เดือน: US$5.75 / เดือน
แผน 1 เดือน: US$9.00 / เดือน
Build A Plan: US$3.00 / เดือน
10,795 รีวิวระดับ 5 ดาว Trustpilot
10,795 รีวิวระดับ 5 ดาว Trustpilot
windscribe.com

Windscribe มีหนึ่งในแพลนระดับฟรีน้อยรายที่รองรับการสตรีมมิ่งได้ — มันสามารถใช้งานกับเว็บไซต์ชั้นนำอย่าง Netflix, Max, Amazon Prime และ BBC iPlayer แถมแพลนระดับฟรียังรองรับการโหลดบิทด้วย นอกจากนี้ มันยังเป็นหนึ่งใน VPN ฟรี น้อยรายที่เปิดให้เชื่อมต่อพร้อมกันได้ไม่จำกัดจำนวนการเชื่อมต่อ ดังนั้นคุณอยากจะใช้กี่เครื่องก็ได้ตามที่ต้องการ ทำให้มันเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับครอบครัวที่กำลังมองหา VPN ฟรี ไว้ใช้งาน

ข้อดี
  • รองรับการสตรีมมิ่งและการโหลดบิท
  • ตัวบล็อกโฆษณาและเว็บไซต์อันตรายฟรี
  • เชื่อมต่อได้ไม่จำกัดจำนวน
ข้อเสีย
  • มีข้อมูลเพียง 10 GB ต่อเดือน
  • ไม่รองรับเราเตอร์

อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่เราอยากจะติเกี่ยวกับ Windscribe ก็คือการจำกัดข้อมูลรายเดือน คุณจะได้รับข้อมูลโดยอัตโนมัติอยู่ที่ 2 GB ต่อเดือน แต่จำนวนนั้นจะเพิ่มเป็น 10 GB ถ้าคุณกรอกที่อยู่อีเมล — นี่จะทำให้ฝ่ายการตลาดของ VPN สามารถส่งข้อเสนอต่าง ๆ ให้คุณได้ ในขณะที่ข้อมูล 10 GB ต่อเดือนนั้นจะดูดีใช้ได้ (เราสามารถท่องเว็บได้ 50 ชั่วโมง และก็สามารถสตรีมมิ่งได้ 8 ชั่วโมงครึ่งจากการทดสอบ) แต่เราก็ยังชอบ แพลนระดับฟรีของ Proton VPN มากกว่าเนื่องจากมันมีข้อมูลให้ไม่จำกัดเลย

5. Windscribe — VPN ฟรี ดีใช้ได้สำหรับสตรีมมิ่ง

Windscribe นั้นยังมีความเร็วที่ไม่ถูกจำกัดสำหรับแพลนระดับฟรีด้วย (ซึ่งก็เร็วมาก ๆ) และเปิดให้เข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ได้ใน 10 ประเทศ มันเปิดให้เข้าถึงการแยกอุโมงค์ได้ด้วย (เรารู้สึกประทับใจมากที่ได้เห็นว่าคุณสามารถใช้การแยกอุโมงค์ได้กับทั้งแอปและที่อยู่ IP) และคุณก็สามารถเข้าถึง R.O.B.E.R.T ได้อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งมันคือตัวบล็อกขั้นสูงที่จะสามารถบล็อกโฆษณา, เว็บไซต์ที่มุ่งร้าย, เว็บไซต์ผู้ใหญ่, แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย, เว็บไซต์พนัน และอื่น ๆ

5. Windscribe — VPN ฟรี ดีใช้ได้สำหรับสตรีมมิ่ง

เวอร์ชันจ่ายเงินของ Windscribe จะเพิ่มเซิร์ฟเวอร์ใน 69 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย และให้ใช้แบนด์วิดท์ได้ไม่จำกัด

สรุป:

แผนระดับฟรีของ Windscribe นั้นใช้งานกับเว็บไซต์สตรีมมิ่งยอดนิยมอย่าง Max, Netflix และ BBC iPlayer ได้ และมันก็รองรับการโหลดบิท รวมถึงการเชื่อมต่อที่ไม่จำกัด แต่จะให้ใช้งานได้แค่ 10 GB ต่อเดือน นอกจากนี้ มันยังมีเซิร์ฟเวอร์ให้เลือกใน 10 ประเทศ, ไม่จำกัดความเร็ว และก็ยังมีส่วนเสริมที่มีประโยชน์อย่างตัวบล็อกโฆษณาอีกด้วย เวอร์ชันแบบจ่ายเงินนั้นมีราคาไม่แพง และก็จะเพิ่มเซิร์ฟเวอร์ในอีกหลายประเทศ พร้อมมีข้อมูลไม่จำกัด

อ่านรีวิวฉบับเต็มเกี่ยวกับ Windscribe ได้ที่นี่

โบนัส. TunnelBear — VPN ฟรี ที่ดีจริง ๆ ซึ่งเปิดให้เข้าถึงเซิร์ฟเวอร์และฟีเจอร์ทั้งหมดได้

แพลนระดับฟรี
แพลนระดับพรีเมียม
ข้อมูลจำกัด
2 GB
ไม่จำกัด
เซิร์ฟเวอร์ในประเทศ
47
47
รองรับการสตรีมมิ่ง
รองรับ P2P
จำนวนอุปกรณ์
ไม่จำกัด
ไม่จำกัด
การรับประกันคืนเงิน
N/A
ราคาเริ่มต้น
N/A
US$3.33 / เดือน
แผน 36 เดือน: US$3.33 / เดือน
แผน 12 เดือน: US$4.00 / เดือน
แผน 1 เดือน: US$9.99 / เดือน
31 รีวิวระดับ 5 ดาว Trustpilot
31 รีวิวระดับ 5 ดาว Trustpilot
tunnelbear.com

แพลนระดับฟรีของ TunnelBear นั้นจะเปิดให้คุณเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ได้ 5,000+ เซิร์ฟเวอร์ใน 47 ประเทศ ซึ่งทำให้การค้นหาเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ใกล้กับตำแหน่งจริงของคุณที่สุดเพื่อให้ได้ความเร็วสูงที่สุดนั้นเป็นเรื่องง่าย ในการทดสอบของเรา TunnelBear นั้นมีความเร็วที่ดีมาก ๆ — เว็บไซต์และวิดีโอความชัดระดับ HD ใช้เวลาเพียง 3–4 วินาทีในการโหลด และวิดีโอก็ไม่บัฟเฟอร์เลยระหว่างที่เรากดดูแบบข้าม ๆ

ข้อดี
  • เข้าถึงคุณสมบัติที่ต้องจ่ายเงินได้ทั้งหมด
  • เข้าถึงตำแหน่งเซิร์ฟเวอร์ได้ทั้งหมด
  • เชื่อมต่อได้ไม่จำกัดจำนวน
ข้อเสีย
  • จำกัดข้อมูลเพียงแค่ 2 GB ต่อเดือน
  • ไม่รองรับการโหลดบิท

มันยอดเยี่ยมมากที่ TunnelBear ให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงฟีเจอร์พรีเมียมได้ทั้งหมด รวมถึง GhostBear ที่จะช่วยหลีกเลี่ยงการปิดกั้น VPN ในบางประเทศที่มีการจำกัดการใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างเข้มงวด และ SplitBear ฟีเจอร์ Split-tunneling ของ TunnelBear ที่ให้คุณ สามารถเลือกได้ว่าแอปพลิเคชั่นหรือเว็บไซต์ใดที่ต้องการเชื่อมต่อผ่านเซิฟเวอร์ VPN นอกจากนี้ TunnelBear ยังให้ผู้ใช้สามารถติดตั้งบริการได้บนอุปกรณ์ไม่จำกัดจำนวน แต่จะ น่าเสียดายที่มันไม่รองรับการโหลดบิทในแพลนระดับฟรี

โบนัส. TunnelBear — VPN ฟรี ที่ดีจริง ๆ ซึ่งเปิดให้เข้าถึงเซิร์ฟเวอร์และฟีเจอร์ทั้งหมดได้

น่าเสียดายที่แผนฟรีของ TunnelBear อ่านจำกัดข้อมูลการใช้งานที่ 2 GB ต่อเดือน ซึ่งมากพอสำหรับการใช้งานทั่วไป บริการฟรีของบริการนี้ เหมาะสำหรับใช้ทดสอบบริการ VPN (และหากชอบ คุณก็สามารถอัปเกรดเป็นแผนพรีเมียมของ TunnelBear ได้) มากกว่าใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไปถ้าคุณต้องการแบนด์วิดท์ไม่จำกัด ให้ลองใช้ Proton VPN หรือ hide.me แทน

TunnelBear นั้นมีแดชบอร์ดที่เข้าใจได้ง่ายมาก ๆ สำหรับแอปทั้งหมด — ฟีเจอร์ทั้งหมดของมันนั้นถูกออกแบบมาเป็นอย่างดีและเข้าถึงได้ง่าย ทั่วทั้งแอปนั้นจะมีตัวการ์ตูนรูปหมีที่จะคอยช่วยให้คุณเข้าใจและใช้งานฟังก์ชั่นทั้งหมดได้ เราชอบมากที่แอปทั้งหมดของมันนั้นมาพร้อมกับแผนที่แบบตอบสนอง ซึ่งมันจะทำให้คุณสามารถคลิกเลือกประเทศที่ถูกปักหมุดเพื่อทำการเชื่อมต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์ในประเทศนั้น

โบนัส. TunnelBear — VPN ฟรี ที่ดีจริง ๆ ซึ่งเปิดให้เข้าถึงเซิร์ฟเวอร์และฟีเจอร์ทั้งหมดได้

หากต้องการข้อมูลไม่จำกัด คุณจะต้องอัปเกรดไปใช้หนึ่งในแพลนระดับพรีเมียมของ TunnelBear

สรุป:

แพลนระดับฟรีของ TunnelBear นั้นเปิดให้คุณสามารถเข้าถึงฟีเจอร์และเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมด, ความเร็วที่ดี และการเชื่อมต่อที่ไม่จำกัด แอปของมันทั้งหมดนั้นก็เหมาะสำหรับผู้ใช้งานเริ่มต้นด้วย อย่างไรก็ตาม แพลนระดับฟรีของ TunnelBear นั้นจะมีข้อมูลให้ใช้แค่ 2 GB ต่อเดือนซึ่งก็เพียงพอสำหรับใช้ดูวิดีโอสั้น ๆ เพียงไม่กี่วิดีโอเท่านั้น การอัปเกรดไปใช้แพลนระดับพรีเมียมของ TunnelBear จะเปิดให้คุณใช้ข้อมูลได้ไม่จำกัด

อ่านรีวิวฉบับเต็มเกี่ยวกับ TunnelBear ได้ที่นี่

การเปรียบเทียบระหว่าง VPN ฟรี ที่ดีที่สุดในปี 2026

VPN ราคาเริ่มต้น ข้อมูลไม่จำกัด? จำนวนประเทศ การเชื่อมต่อพร้อมกัน รองรับการสตรีมมิ่ง รองรับการโหลดบิท รับประกันคืนเงิน ต้องมีอีเมล/บัญชีเพื่อใช้งาน
1.🥇ExpressVPN US$2.79 / เดือน 105 14

(ใน

105 ประเทศ)

30 วัน
2.🥈Proton VPN US$2.99 / เดือน แผนระดับฟรี: 5

แผนแบบจ่ายเงิน: 148

1

(ใช้งานได้บางครั้ง)

30 วัน
3.🥉 hide.me US$2.69 / เดือน แผนระดับฟรี: 7

แผนแบบจ่ายเงิน: 91

1 30 วัน
4. Hotspot Shield US$7.99 / เดือน ✅(มีโฆษณา) แผนระดับฟรี: 3

แผนแบบจ่ายเงิน: 80

1 45 วัน
5. Windscribe US$3.00 / เดือน ❌(10 GB/เดือน) แผนระดับฟรี: 10

แผนแบบจ่ายเงิน: 69

ไม่จำกัด

(ใน 10 ประเทศ)

7 วัน
(คุณต้องมีบัญชีแต่คุณสามารถสร้างมันได้โดยใช้แค่ชื่อผู้ใช้งานเท่านั้น)
โบนัส. TunnelBear US$3.33 / เดือน ❌ (2 GB/เดือน) 47 ไม่จำกัด

(ใน 47 ประเทศ)

หมายเหตุจากบรรณาธิการ: ExpressVPN และเว็บไซต์นี้อยู่ในกลุ่มบริษัทที่มีเจ้าของเดียวกัน

วิธีการทดสอบ: เกณฑ์ในการเปรียบเทียบและจัดอันดับ

เราใช้ วิธีการทดสอบที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้วเพื่อเป็นการรับประกันว่าเราจะแนะนำเฉพาะ VPN ฟรี ที่ผ่านเกณฑ์อันเข้มงวดของพวกเราเท่านั้น เราได้ทำการทดสอบแต่ละ VPN ด้วยสถานการณ์ในชีวิตจริงต่าง ๆ เพื่อตรวจสอบความง่ายในการใช้งาน, ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว, ความเร็ว และอื่น ๆ VPN แต่ละตัวในรายการนี้ต่างก็สามารถทำได้ดีเกินความคาดหวังของเรา และก็สามารถเอาชนะคู่แข่งรายอื่น ๆ ได้อย่างชัดเจน นี่เป็นหลักเกณฑ์ในการทดสอบที่เราใช้เพื่อตัดสินว่า VPN ตัวไหนที่เราจะเลือกมาใส่ในรายการของเราและตัวไหนจะได้อันดับที่เท่าไร

  • เราประเมินสิ่งที่ VPN ฟรีแต่ละตัวนั้นมีให้ แพลน VPN ฟรีส่วนใหญ่นั้นจะถูกจำกัดเป็นอย่างมาก — ดังนั้นเราจะมองหาแพลน VPN ฟรี ที่มีข้อมูลให้ใช้งานได้ดีพอประมาณ, ไม่โฆษณามาหาคุณรัว ๆ, เปิดให้คุณเข้าถึงตำแหน่งเซิร์ฟเวอร์ได้ในจำนวนที่เพียงพอ หรือมีการรองรับการใช้งาน P2P และการสตรีมมิ่ง
  • เรามองหา VPN ที่มีความปลอดภัยสูง VPN ทั้งหมดในรายการนี้มาพร้อมกับคุณสมบัติความปลอดภัยมาตรฐาน อย่างการเข้ารหัส 256-bit AES (หนึ่งในการเข้ารหัสที่แน่นหนาที่สุดในโลกซึ่งธนาคารหลายแห่งต่างก็ใช้งาน) และ kill switch ที่จะตัดการเชื่อมต่อของคุณจากอินเทอร์เน็ต ถ้าการเชื่อมต่อ VPN ของคุณขาดหายไป แถมตัวเลือกชั้นนำของเราส่วนใหญ่ก็ยังมีเครื่องมือความปลอดภัยขั้นสูงอย่าง เซิร์ฟเวอร์แบบ RAM-only ซึ่งจะล้างข้อมูลทั้งหมดในการรีเซ็ตแต่ละครั้ง และการป้องกันการรั่วไหลเพื่อไม่ให้ที่อยู่ IP ของคุณรั่วไหลออกไป เราได้ทำการทดสอบให้แน่ใจแล้วว่าข้อมูลของเราไม่รั่วไหลออกไป และ kill switch นั้นก็สามารถตัดการเชื่อมต่อของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพวิธีการทดสอบ: เกณฑ์ในการเปรียบเทียบและจัดอันดับ
  • เรามองหา VPN ที่มีความปลอดภัยดีเยี่ยม VPN ทั้งหมดในรายการของเรานั้นต่างก็ปฏิบัติตามนโยบายการไม่บันทึกข้อมูลอันเข้มงวด ซึ่งหมายความว่ามันจะไม่สอดแนมและไม่บันทึกข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับกิจกรรมออนไลน์ของคุณอย่างเช่นการสตรีมมิ่งหรือการโหลดบิท แถม VPN ส่วนใหญ่เหล่านี้ก็มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศที่เป็นมิตรต่อความเป็นส่วนตัวซึ่งไม่มีกฎหมายบังคับให้เก็บข้อมูล ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีหน้าที่ต้องเก็บบันทึกข้อมูลใด ๆ ของคุณ
  • เราได้ทำการทดสอบความเร็วของ VPN ในแพลนระดับฟรี VPN ทุกตัวนั้นต่างก็จะทำให้ความเร็วอินเทอร์เน็ตของคุณตกลงเพราะกระบวนการเข้ารหัส VPN ฟรี นั้นมักจะมีความเร็วที่ต่ำกว่า VPN พรีเมียม เนื่องจากมันจะเปิดให้ใช้งานเซิร์ฟเวอร์ได้ในจำนวนที่น้อยมาก ซึ่งทำให้คนแย่งกันใช้จนการเชื่อมต่อนั้นมีความเร็วที่ตกลงไป เราได้ทำการทดสอบตำแหน่งเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดของ VPN ฟรีแต่ละตัวเพื่อให้แน่ใจว่า VPN นั้นจะมีความเร็วที่ดีพอสำหรับทุกเซิร์ฟเวอร์ (ExpressVPN นั้นเร็วที่สุด)
  • เราได้ทำการตรวจสอบว่าผู้ให้บริการนั้นมีแอปที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน VPN ฟรี หลายรายนั้นมีแอปที่เต็มไปด้วยบัคและก็ใช้งานยากอีก อย่างไรก็ตาม เราได้ทำการทดสอบแอปเดสก์ท็อปและอุปกรณ์เคลื่อนที่เพื่อให้แน่ใจแล้วว่ามันสามารถติดตั้งและใช้งานง่ายวิธีการทดสอบ: เกณฑ์ในการเปรียบเทียบและจัดอันดับ
  • เราตรวจสอบดูให้แน่ใจว่า VPN นั้นมีราคาที่ไม่แพงและมีความคุ้มค่าสูง ในกรณีที่คุณตัดสินใจอัปเกรดไปใช้แผนระดับพรีเมียม เราก็ได้ตรวจสอบให้แน่ใจแล้วว่า VPN นั้นมีแผนกับข้อเสนอที่ราคาไม่แพง และมาพร้อมกับเครือข่ายเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถรองรับการสตรีมมิ่งและ P2P ได้เป็นอย่างดี และใช้งานพร้อมกันได้หลายการเชื่อมต่อ เรายังได้ตรวจสอบแล้วด้วยว่ามันมีการรับประกันคืนเงินสำหรับทุกคำสั่งซื้อหรือไม่

ความเสี่ยงของการใช้ VPN ฟรี

  • ความปลอดภัยต่ำ — VPN ฟรีส่วนใหญ่จะขาดคุณสมบัติความปลอดภัยที่จำเป็น อย่างเช่นการเข้ารหัส AES 256-bit หรือ kill switch ซึ่งก็ทำให้ผิดจุดประสงค์ในการใช้ VPN ตั้งแต่แรก
  • เซิร์ฟเวอร์ถูกขึ้นบัญชีดำ — เซิร์ฟเวอร์ VPN ฟรีนั้นจะรีเฟรชที่อยู่ IP ไม่บ่อยนัก ซึ่งก็ทำให้คุณอาจจะไม่สามารถเข้าถึงเว็บไซต์บางเว็บได้ (ที่อยู่ IP อาจจะถูกขึ้นบัญชีดำเนื่องจากพฤติกรรมไม่ดีของผู้ใช้งานรายอื่น ๆ)
  • ข้อมูลคุณถูกนำไปขาย — VPN บางรายนั้นจะบันทึกข้อมูลกิจกรรมออนไลน์ของคุณไว้นำไปขายให้กับบริษัทอื่น ๆ และบริษัทเหล่านั้นก็จะใช้มันเพื่อยิงโฆษณาที่น่ารำคาญใส่คุณ
  • โฆษณา — VPN ฟรีบางรายนั้นจะมีโฆษณาหรือเนื้อหาที่ได้รับการสนับสนุนอยู่ในแอปหรือบนเบราว์เซอร์ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่น่ารำคาญมาก และก็ทำให้คุณต้องสูญเสียไปโดยไม่จำเป็น
  • อาจมีมัลแวร์ — มี VPN ฟรีบางรายที่อาจจะมีมัลแวร์, แอดแวร์ หรือภัยอันตรายอื่น ๆ แฝงอยู่ ซึ่งอาจจะสร้างความเสียหายให้กับอุปกรณ์และข้อมูลส่วนตัวของคุณ (VPN ทั้งหมดในรายการของเรานั้นปลอดภัย)

VPN ฟรี vs. VPN จ่ายเงิน

VPN ฟรีนั้นมักจะมีเครือข่ายเซิร์ฟเวอร์ที่จำกัด, มีการจำกัดการใช้งานข้อมูล และอนุญาตให้เชื่อมต่ออุปกรณ์พร้อมกันได้น้อยกว่า หลายรายมักจะจำกัดความเร็วของคุณ, ไม่รองรับการสตรีมมิ่งและ P2P และก็ยังขาดคุณสมบัติที่มีประโยชน์อื่น ๆ อย่างเช่นการแยกอุโมงค์ด้วย

VPN ฟรีในรายการของเรานั้นมีคุณภาพดีที่สุดแล้วสำหรับของฟรี โดยที่มันต่างก็มีคุณสมบัติความปลอดภัยที่แข็งแกร่งเอาไว้ปกป้องความเป็นส่วนตัวบนโลกออนไลน์ของคุณ อย่างไรก็ตาม มันยังคงมีข้อจำกัดอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับ VPN แบบจ่ายเงินคุณภาพดี ยกตัวอย่างเช่น: แผนระดับฟรีของ hide.me นั้นจะมีข้อมูลไม่จำกัด และก็มีความเร็วที่ดี แต่มันจะจำกัดให้คุณเลือกใช้เซิร์ฟเวอร์ได้แค่ใน 7 ประเทศ และใช้งานได้แค่ 1 การเชื่อมต่อ และในขณะที่แผนระดับฟรีของ Proton VPN นั้นจะเปิดให้คุณใช้ข้อมูลได้ไม่จำกัดและก็มีความเร็วที่ดี แต่มันจะไม่รองรับการสตรีมมิ่งและ P2P และมันก็จะจำกัดให้คุณเลือกใช้เซิร์ฟเวอร์ได้แค่ใน 5 ประเทศ

ฟีเจอร์ VPN ฟรี VPN จ่ายเงิน
ความเป็นส่วนตัว
(VPN ฟรีส่วนใหญ่นั้นจะเก็บข้อมูลของคุณไปแบ่งปันให้กับบุคคลที่สาม)
ความเร็วสูง
(มี VPN ฟรี น้อยรายมากที่จะมีความเร็วสูง)
เข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ได้ทั้งหมด
ข้อมูลไม่จำกัด ❌ (มี VPN ฟรี แค่ไม่กี่รายที่มีข้อมูลให้ใช้งานได้ไม่จำกัด)
ฝ่ายให้บริการลูกค้า 24/7
รองรับการสตรีมมิ่ง
(มี VPN ฟรี บางรายเท่านั้นที่รองรับการสตรีมมิ่ง แต่มันไม่ค่อยสามารถใช้กับเว็บระดับชั้นนำได้)
รองรับ P2P
เชื่อมต่อพร้อมกันหลายอุปกรณ์
(VPN ฟรีส่วนใหญ่จะจำกัดให้คุณเชื่อมต่อได้แค่ 1 อุปกรณ์)
ตัวเลือกโปรโตคอลที่หลากหลาย
(VPN ฟรีบางรายนั้นจะเปิดให้เข้าถึงโปรโตคอลทั้งหมดได้เฉพาะในแพลนแบบจ่ายเงินเท่านั้น)
Double VPN (ถ้ามี)
ตัวบล็อกโฆษณา ตัวติดตาม และมัลแวร์ (ถ้ามี)
(มี VPN ฟรีน้อยรายที่จะเปิดให้คุณเข้าถึงตัวบล็อกโฆษณาได้ และมันก็มักจะเป็นเวอร์ชันที่ถูกจำกัดด้วย)

หมายเหตุจากบรรณาธิการ: ExpressVPN และเว็บไซต์นี้อยู่ในกลุ่มบริษัทที่มีเจ้าของเดียวกัน

VPN ฟรีที่ควรหลีกเลี่ยง

  • Hola VPN Hola VPN นั้นเป็น P2P VPN ซึ่งหมายความว่ามันจะนำที่อยู่ IP ของคุณไปจัดสรรให้คนอื่นใช้ และก็จะนำที่อยู่ IP ของคนอื่นมาจัดสรรให้คุณใช้ นี่เป็นเรื่องที่อันตรายมาก ๆ เพราะอาจมีคนนำมันไปใช้ก่ออาชญากรรมได้ และมันก็ยังมีการบันทึกข้อมูลผู้ใช้งาน ไม่ได้ทำการเข้ารหัสทราฟฟิคของคุณ แถมยังเคยมีประวัติการรั่วไหลของที่อยู่ IP ผู้ใช้งานมาแล้วด้วย
  • Urban VPN ดูผิวเผินแล้วเหมือนจะดี เพราะมันมีแบนด์วิดท์ไม่จำกัด, เปิดให้เชื่อมต่อได้ไม่จำกัด และก็เข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ได้ใน 82 ประเทศ แต่มันเป็น VPN แบบ P2P ซึ่งจะเหมือนกับ Hola VPN โดย VPN แบบนี้จะมีความเสี่ยงสูงมาก ๆ และมันก็เก็บข้อมูลผู้ใช้งานด้วย
  • VeePN VeePN บอกว่าพวกเขาไม่ได้สอดแนมกิจกรรมออนไลน์ของคุณ และก็ไม่ได้บันทึกที่อยู่ IP ของคุณด้วย แต่ว่าพวกเขาจะเก็บข้อมูลส่วนตัวของคุณบางส่วนและอาจแบ่งปันมันโดยอ้างเหตุผลด้านกฎหมายและเรื่องที่คล้ายคลึงกัน
  • SuperVPN SuperVPN นั้นเป็น VPN ที่อันตรายซึ่งมีการบันทึกข้อมูลของคุณเอาไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่ IP ระบบปฏิบัติการ หรือเบราว์เซอร์ก็ตาม มันขาดฟีเจอร์ความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน และก็ไม่มีวิธีติดต่อฝ่ายให้บริการลูกค้าเลย ยิ่งไปกว่านั้น SuperVPN ยังเคยเกิดการรั่วไหลของข้อมูลซึ่งทำให้ข้อมูลรั่วไหลออกไปมากถึง 133 GB มาแล้ว โดยข้อมูลนี้ประกอบไปด้วยที่อยู่ IP อีเมล และตำแหน่งของผู้ใช้งาน
  • Phone Guardian Phone Guardian นั้นจริง ๆ ก็ไม่ได้ดูน่าสงสัย แต่ว่ามันทำงานไม่เหมือนกับ VPN ทั่วไป อย่างเดียวที่มันทำในฐานะ VPN ก็คือการเข้ารหัสข้อมูลของคุณ — มันไม่ได้ช่วยซ่อนที่อยู่ IP หรือตำแหน่งของคุณ และก็ยังไม่มีฟีเจอร์ความปลอดภัยอย่าง kill switch เลย และมันก็ยังขาดฟังก์ชั่นอื่น ๆ ที่ VPN ทั่วไปต้องมี
  • AceVPN AceVPN นั้นมีฟีเจอร์ที่พอใช้ได้ (เช่นการป้องกันการรั่วไหลของ DNS) แต่มันยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เราแนะนำมัน มันไม่มี kill switch ซึ่งเป็นฟีเจอร์ความปลอดภัยสำคัญ และก็มีตำแหน่งเซิร์ฟเวอร์แค่ 20 แห่ง แถมยังมีเซิร์ฟเวอร์ P2P แค่ 1 แห่งเท่านั้น ปัญหาเรื่องใหญ่ที่สุดเลยก็คือมันไม่มีแอปเฉพาะสำหรับแต่ละอุปกรณ์ ดังนั้นคุณต้องทำการกำหนดและตั้งค่าเอง ซึ่งก็ไม่สะดวกเป็นอย่างมากเลย
  • TouchVPN TouchVPN นั้นมีเซิร์ฟเวอร์มากกว่า 5,550+ แห่ง ใน 80+ ประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าประทับใจมาก สิ่งที่ไม่น่าประทับใจเลยก็คือการที่มันเก็บข้อมูลที่อยู่ IP และเว็บที่คุณเข้าชม
  • Hoxx VPN HoxxVPN นั้นจะเก็บข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมบนเว็บไซต์ของคุณ อุปกรณ์ของคุณ และตำแหน่งของคุณ ยิ่งไปกว่านั้น มันยังเขียนไว้ในข้อกำหนดการใช้งานว่ามัน “อาจจะ” เก็บข้อมูลนั้นเอาไว้ถึงแม้ว่าคุณจะปิดบัญชีแล้วก็ตาม
  • Turbo VPN Turbo VPN นั้นบอกว่ามันไม่ได้เก็บข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับกิจกรรมออนไลน์ของคุณเพราะว่ามันมีนโยบายการไม่บันทึกข้อมูล แต่มันไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับการไม่เก็บข้อมูลที่อยู่ IP ของคุณเลย
  • tuxlerVPN นโยบายความเป็นส่วนตัวของ tuxlerVPN ระบุไว้ว่ามันจะบันทึกกิจกรรมบนเว็บไซต์ ข้อมูลเบราว์เซอร์ และข้อมูลติดต่อ และมันจะแบ่งปันข้อมูลนั้นให้กับบุคคลที่สามด้วยเหตุผลทางธุรกิจ
  • FinchVPN เว็บไซต์ของ FinchVPN นั้นดูน่าสงสัยมากและก็เต็มไปด้วยบัค มันไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับฟีเจอร์ของ VPN เลย และตอนที่เราคลิกอ่านนโยบายความเป็นส่วนตัว มันก็พาเรากลับไปที่โฮมเพจแทน

นอกจากนี้เรายังแอป VPN ที่น่าสงสัยต่าง ๆ อยู่ใน app store แต่พวกมันไม่มีเพจหรือข้อมูลอื่น ๆ อย่างเป็นทางการให้เข้าไปดู:

  • VPN – Super Unlimited Proxy
  • Free VPN — Unlimited Proxy
  • Free VPN by Free VPN.org
  • The Free VPN
  • Speedy Quark VPN
  • XY VPN
  • 1clickVPN
  • EasyVPN
  • VPN Proxy Master
  • VPN – fast proxy
  • CrossVPN
  • AnonyTun
  • OK VPN
  • VPN Hat (หรือ Hat VPN)

แบรนด์ชั้นนำอื่น ๆ ที่ไม่ติดอันดับ:

  • PrivadoVPN แพลนระดับฟรีนั้นไม่มีโฆษณา มีนโยบายการไม่บันทึกข้อมูล มีการรองรับ P2P และสามารถเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ได้ใน 8 ประเทศ แต่มันไม่รองรับการสตรีมมิ่ง และก็เปิดให้คุณใช้งาน VPN ได้บน 1 อุปกรณ์เท่านั้น รวมถึงไม่มีฟีเจอร์ความปลอดภัยอย่างเซิร์ฟเวอร์แบบ RAM-only, perfect forward secrecy และตัวบล็อกโฆษณา
  • Opera VPN ไม่จำเป็นต้องสมัครใช้งานใด ๆ เนื่องจากมันเป็นส่วนหนึ่งของเบราว์เซอร์ Opera ซึ่งก็ดีสำหรับเรื่องความเป็นส่วนตัว และมีข้อมูลให้ใช้งานได้ไม่จำกัด อย่างไรก็ตาม มันมีให้เลือกเพียงแค่ 3 ตำแหน่ง และ 100+ เซิร์ฟเวอร์ และก็จะปกป้องเฉพาะเบราว์เซอร์ ไม่ใช่ทั้งอุปกรณ์ของคุณ
  • 1VPN ส่วนขยายเบราว์เซอร์นี้มีดีไซน์ที่ดูมินิมอล ซึ่งทำให้มันใช้งานง่ายมาก ๆ แต่ (เช่นเดียวกับ Opera VPN) มันจะปกป้องเฉพาะทราฟฟิคเบราว์เซอร์เท่านั้น นอกจากนี้ แผนฟรีของมันก็จำกัดให้คุณใช้เซิร์ฟเวอร์ได้แค่ 2 ตำแหน่ง (สหรัฐอเมริกาตะวันตกและเยอรมนี) แถมมันยังจำกัดความเร็วของคุณ และมีการจำกัดข้อมูลด้วย
  • X-VPN เวอร์ชันฟรีนั้นไม่ต้องสมัครใช้งาน และก็ไม่มีการบันทึกข้อมูลใด ๆ แต่มันจะมีโฆษณาบนมือถือ และก็ใช้ข้อมูลได้ฟรีเพียงแค่ 500 MB ต่อวัน และก็เซิร์ฟเวอร์ไม่ได้ด้วย ข้อเสียใหญ่สุดสำหรับเราก็คือ kill switch นั้นต้องจ่ายเงินถึงใช้ได้

คำถามพบบ่อย

หมายเหตุจากบรรณาธิการ: ExpressVPN และเว็บไซต์นี้อยู่ในกลุ่มบริษัทที่มีเจ้าของเดียวกัน

หมายเหตุจากบรรณาธิการ: ExpressVPN และเว็บไซต์นี้อยู่ในกลุ่มบริษัทที่มีเจ้าของเดียวกัน

หมายเหตุจากบรรณาธิการ: ExpressVPN และเว็บไซต์นี้อยู่ในกลุ่มบริษัทที่มีเจ้าของเดียวกัน

หมายเหตุจากบรรณาธิการ: ExpressVPN และเว็บไซต์นี้อยู่ในกลุ่มบริษัทที่มีเจ้าของเดียวกัน

หมายเหตุจากบรรณาธิการ: ExpressVPN และเว็บไซต์นี้อยู่ในกลุ่มบริษัทที่มีเจ้าของเดียวกัน

VPN ฟรี ที่ดีที่สุดในปี 2026 — คะแนนสุดท้าย:

ตัวเลือกอันดับ
คะแนนของเรา
ข้อเสนอที่ดีที่สุด
หมายเหตุจากบรรณาธิการ: ExpressVPN และเว็บไซต์นี้อยู่ในกลุ่มบริษัทที่มีเจ้าของเดียวกัน
รายการที่ถูกนำเสนอบนเว็บไซต์นี้จะมาจากบริษัทที่มีค่าตอบแทนให้กับเว็บไซต์นี้ และบางบริษัทก็จะมีบริษัทแม่ของเราเป็นเจ้าของเดียวกันด้วย นี่อาจจะส่งผลต่อการจัดอันดับและการนำเสนอรายการของเรา เรียนรู้เพิ่มเติม 
เรียนรู้เพิ่มเติม
เกี่ยวกับผู้เขียน
เอริค โกลด์สไตน์
เอริค โกลด์สไตน์
หัวหน้าบรรณาธิการ
อัพเดท: 9 เมษายน 2026

เกี่ยวกับผู้เขียน

เอริค โกลด์สไตน์เป็นหัวหน้าบรรณาธิการที่ SafetyDetectives ในฐานะนักค้นคว้าด้านความปลอดภัยอินเทอร์เน็ตและนักข่าวไอที เขามีประสบการณ์ 3 ปีด้านการเขียนและแก้ไขบทความและบล็อกโพสต์เกี่ยวกับ VPN ระบบควบคุมสำหรับผู้ปกครอง และผลิตภัณฑ์กับเครื่องมือป้องกันความปลอดภัยทางไซเบอร์อื่น ๆ นอกจากนั้น เอริคยังเขียนและแก้ไขข่าวที่เกี่ยวกับปัญหาด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับ SafetyDetectives ด้วย และเขาก็ยังมีประสบการณ์ถึง 20+ ปี ในฐานะนักเขียนเกี่ยวกับกีฬาให้สื่อหลายสำนัก พร้อมเคยทำหน้าที่สื่อสารให้กับองค์กรระดับประเทศมาแล้ว ในยามว่างของเขานั้น เขามักจะใช้เวลาอยู่กับครอบครัว ออกกำลังกาย และดูการแข่งกีฬาของทีมที่เขาชื่นชอบ